5จี กลไกสำคัญพัฒนาประเทศ

 ประเทศไทยอยู่ระหว่างการทดสอบทดลองการใช้งานเทคโนโลยี 5จี ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เป็นหน่วยงานหลักที่คอยผลักดันให้เกิด 5จี
          ซึ่งผ่านมา ประเทศไทยได้มีการพัฒนา การให้บริการสื่อสารไร้สายมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคเทคโนโลยี 1จี มาถึง 4จี ทำให้การสื่อสาร ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เปลี่ยนจากการรับ-ส่ง ข้อความ หรือโทรฯ หากันผ่านโทรศัพท์ เคลื่อนที่แบบเดิม เป็นการสื่อสารด้วยภาพ เสียง หรือวิดีโอ รวมทั้งข้อความแบบสองทาง (Interactive Commu nications) ได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม โดยการดาวน์โหลดรูปภาพที่เคยใช้เวลาหลายนาที จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในระบบ 3จี/4จี ได้โดยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟน
          ปัจจุบัน มีการพูดถึงเทคโน โลยีใหม่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในโลกของการสื่อสารไร้สาย อย่างเทคโนโลยี 5จี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ในช่วงการแข่งขันกีฬา Olympics 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
          และสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนของเทคโนโลยี 5จี กับเทคโนโลยีก่อนหน้า คือ การช่วยสนับสนุนและขยายโอกาสการบริการด้านดิจิทัลให้กว้างขวาง และครอบคลุม ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้น ควบคู่ไปกับบริการ 3จี หรือ 4จี ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน
          ซึ่งเทคโนโลยี 5จี จะประกอบไปด้วย 3 คุณสมบัติหลัก คือ ความเร็วในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ความเร็วในการรับส่งข้อมูล และความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากพร้อมกัน ซึ่งสามารถใช้สำหรับกิจกรรมออนไลน์ที่ใช้ปริมาณข้อมูลจำนวนมาก เช่น การรับชมวิดีโอถ่ายทอดสดความละเอียด ระดับ 4K, การเล่นเกมออนไลน์ โดยผู้ใช้บริการ จะได้สัมผัสคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายที่เหนือกว่าเทคโนโลยี 4จี ถึง 15-20 เท่า รวมถึงการให้การเชื่อมต่อที่เสถียรมากขึ้นมากกว่าเดิม ด้วยความหน่วงในการเชื่อมต่อที่ใช้เวลาเพียง 1/1,000 วินาที และยังมีคุณสมบัติในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ได้มากถึง 1 ล้านชิ้น ต่อ ตร./กม. ส่งผลให้การใช้งานบนโครงข่าย 5จี จะมีความหลากหลายทั้งในเรื่องของการควบคุมทางไกลอย่างการบังคับหุ่นยนต์โรบอท หรือรถยนต์ไร้คนขับ รวมไปถึงการจัดการโรงงานอัจฉริยะ การรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Tele health) จนไปถึงการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ และสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่อง เมื่อ 5จี เข้ามา คือ การใช้งานทางด้าน immersive tech nology หรือเทคโนโลยีที่เป็นการสร้างความกลมกลืนระหว่างโลกในความจริง กับโลกจำลองแบบดิจิตอล ก็คือ เทคโนโลยี VR (virtual reality) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับการจำลองสภาพแวด ล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง โดยผ่านการรับรู้จากการมองเห็น เสียง สัมผัส แม้กระทั่งกลิ่น และอีกเทคโนโลยี คือ AR (Augmented reality) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานโดยการรวมสภาพแวดล้อมจริง กับวัสดุเสมือนเข้าด้วยกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งในยุค 5จี ทั้ง VR และ AR จะทำให้สมจริงมากยิ่งขึ้น และยังเป็นในรูปแบบของ Real time ต่างจากที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย
          อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาเทคโนโลยี 5จี ของประเทศไทยนั้น ต้องมีองค์ประกอบสำคัญที่จะผลักดันให้เกิด 5จี
          ปัจจัยแรก คลื่นความถี่ (Spectrum) ต้องมีปริมาณมากพอ สำหรับให้บริการตามที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้กำหนดมาคือ ผู้ให้บริการควรมีปริมาณคลื่นความถี่ (Bandwidth) ในการให้บริการแต่ละรายไม่น้อยกว่า 200 MHz จึงจะเหมาะสมกับการให้บริการ 5จี ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งทาง กสทช. ก็ได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว โดยเริ่มจากมีการเปิดให้ขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ไป เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น และยังมีการวางแผนเตรียมที่จะจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ กับคลื่นความถี่ย่าน 26 และ 28 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะประมูลพร้อมกันในปลายปีนี้อีกด้วย
          ปัจจัยที่สอง โครงสร้างพื้นฐาน (In frastructure) ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี 5จี นั้น จะต้องรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมาก ฉะนั้นเพื่อให้เกิดการใช้งานที่เสถียร จะต้อง มีการลงทุนจำนวนมหาศาลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดคอขวดในการใช้งาน ดังนั้นทาง กสทช. จึงพยายาม สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการขยายโครงสร้างพื้นฐานของ ผู้ให้บริการ หรือ Infrastructure sharing เพื่อช่วยลดวงเงินลง ทุนตั้งต้นและลดความเสี่ยงจากการลงทุนให้กับผู้ให้บริการแต่ละรายได้ และสามารถขยายโครงข่ายในพื้นที่บริการให้ครอบคลุมรวดเร็วยิ่งขึ้น
          และปัจจัยที่สาม การเชื่อมต่อ (Connectivity) สำหรับเทคโนโลยี 5จี จะเป็นโครงข่ายอัจฉริยะที่ไม่ใช่เพียงเชื่อมโยงมนุษย์ด้วยกันแบบเทคโนโลยี 4จี แต่เป็นโครงข่ายที่รองรับการใช้อินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง หรือ ไอโอที (Internet of Things หรือ IoT) และการสื่อสารของ AI อีกด้วย ดังนั้น การเชื่อมโยงโครงข่ายของ 5จี ต้องมีความง่าย และเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลายแบบไร้รอยต่อ ดังนั้น การจัดการให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อได้อย่างสะดวก การจัดการให้ผู้ประกอบการสามารถ ติดตั้งอุปกรณ์ใช้งาน ทั้งเสาและสายรูปแบบใหม่ ๆ ได้ มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก จึงเป็นสิ่ง สำคัญมาก
          ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า กสทช. ได้เริ่ม เตรียมความพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนสู่ยุค 5จี แล้ว เพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยก็กำลังเปลี่ยนจุดยืนของตัวเอง จากประเทศเกษตรกรรมเต็มรูปมาเป็นประเทศที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นตัวขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0.
--จบ--