DTACซื้อรับปันผล1.26บ. ก่อนขึ้นXDวันที่26ก.ค.นี้ Q2โตทะลัก845% ดันครึ่งปีกำไร3,103ล้าน

“ดีแทค” จ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 1.26 บาท ขึ้น XD วันที่ 26 ก.ค.62 หลังครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 3,103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.8% ส่วนงบไตรมาส 2/62 ดีเกินคาดโชว์กำไรสุทธิ 1,695 ล้านบาท โตกระฉูด 845% เหตุค่าเสื่อมราคา-ค่าตัดจำหน่ายลดลงมาก
          นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 854.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 179 ล้านบาท เป็นผลจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายลดลงอย่างมาก และเพิ่มขึ้น 20.3% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,408 ล้านบาท เนื่องจากกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
          ทั้งนี้ EBITDA ในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 6,569 ล้านบาท ลดลง 13.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 7,577 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านเครือข่าย และต้นทุนค่าโรมมิ่งบนเครือข่าย 2300 MHz ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง
          อย่างไรก็ตาม EBITDA ในไตรมาส 2/2562 เพิ่มขึ้น 7.2% จากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 6,129 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ ต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี สำหรับ EBITDA margin อยู่ที่ 36.9% ลดลงจาก 40.4% ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 34.7% ในไตรมาสก่อน
          สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 20,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 18,760 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 19,660 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการดำเนินงานอื่น ซึ่งเป็นรายได้จากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ตามสัญญาเช่าสินทรัพย์ภายใต้สัมปทาน และค่าเช่าเครือข่าย 2300 MHz จาก TOT
          โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 15,177 ล้านบาท ลดลง 5.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 16,033 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 1.6% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 14,932 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการยกเลิกแพ็กเกจระบบเติมเงินที่ให้บริการข้อมูลแบบไม่จำกัด และการออกแพ็กเกจที่ให้บริการข้อมูลแบบจำกัดและมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย รวมถึงกระแสรายได้ที่แข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการรายเดือน
          ดังนั้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,493 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 39,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 38,015 ล้านบาท
          นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับงวดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.26 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,983 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD หรือผู้ซื้อไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลวันที่ 26 ก.ค. 2562 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 ส.ค. 2562
          ส่วนจำนวนผู้ใช้บริการรวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 20.6 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นฐานลูกค้าระบบรายเดือน 6.3 ล้านเลขหมาย และฐานลูกค้าระบบเติมเงิน 14.3 ล้านเลขหมาย รวมทั้งบริษัทยังติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2300 MHz เพิ่มเติมอีกประมาณ 600 สถานี ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 2/2562 บริษัทมีสถานีฐานบนเครือข่าย 2300 MHz เป็น 16,000 สถานีฐาน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 4G/3G-2100 MHz เพิ่มอีก 348 สถานี ทำให้จำนวนสถานีฐานบนเครือข่าย 4G-2100 MHz และ 3G-2100 MHz เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 24,600 สถานีฐาน ในทั้ง 2 เครือข่าย
          นางอเล็กซานดรา กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งเน้นผลักดันปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทกลับมาเติบโตอีกครั้ง ได้แก่ 1.การปรับปรุงโครงข่ายเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นของลูกค้า 2.การเอาลูกค้า B2C กลับคืนมา และ 3.ขยายโอกาสในกลุ่มลูกค้า B2B
          โดยแนวโน้มในปี 2562 บริษัทคาดว่ารายได้จากการให้บริการไม่รวม IC จะลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ และจะมี EBITDA อยู่ในช่วง 24,000-25,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทวางแผนที่จะใช้เงินลงทุนในปี 2562 จำนวนประมาณ 13,000-15,000 ล้านบาท
          “ในไตรมาส 2/2562 ผลการดำเนินงานของเราสอดคล้องกับแผนพลิกฟื้น ที่เราได้ประกาศออกไปในงาน Capital Markets Day บริษัทมุ่งสร้างความไว้วางใจและเชื่อมั่นของลูกค้าต่อเครือข่ายของเรา ซึ่งเริ่มส่งผลในเชิงบวกแล้ว เราจะยังคงมุ่งเน้นในการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ใช้งานทั่วประเทศ และเราจะไม่หยุดพัฒนา” นางอเล็กซานดรา กล่าว