true digital park สมาร์ทไลฟ์ สมาร์ทบิสิเนส

 เรื่อง : สุทิษา สุภารัตน์
          การทำงานยุค 4.0 เช่นนี้  ผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตาร์ตอัพ  ต้องหาอะไรที่มาตอบโจทย์ประหยัดแต่ทันสมัย ทำให้การหาที่ตั้งสำนักงานแบบ Co Working Space ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  วันนี้ทีมงาน WOW จะขอพาท่านผู้อ่านไปชมอีกสถานที่หนึ่ง ที่หลุดเข้าไปในดินแดนนั้นแล้วสร้างความรู้สึกได้เลยว่าเราจะโลว์เทคไม่ได้อีกต่อไป !!
          ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตั้งอยู่บนถนน  สุขุมวิท 101 ลงที่สถานีบีทีเอส  ปุณณวิถี เดินไปอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะขึ้นสู่ชั้นบนจะมีระบบความปลอดภัยใครจะขึ้นต้องสแกนบัตรประชาชน แล้วรับบัตรผ่านเข้าพื้นที่ด้วยการสแกนใบหน้าเสียก่อน บุคคลทั่วไปขึ้นได้แค่ชั้น 6 และส่วนพื้นกลางเท่านั้น  โดย Work Space ประกอบด้วยพื้นที่ 4 โซน คือ
          Co-Working Space
          พื้นที่นั่งทำงาน มีบริการแพนทรี และโซนพักผ่อน  ที่นี่แบ่งพื้นที่ให้บริการเป็น 3 ส่วนหลัก คือ Work Space ขนาด 77,000 ตร.ม.  Lifestyle Space ขนาด 30,000 ตร.ม. และ Living Space ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัย
          Office Space
          พื้นที่สำนักงานที่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ใช้เป็นห้องประชุม และจัดกิจกรรม ออกแบบเปิดโล่ง มีบันไดเชื่อมต่อกันทุกชั้น เอื้อต่อการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างคอมมิวนิตีร่วมกัน
          Innovation Space
          แหล่งรวมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ศูนย์ทดลองนวัตกรรม และการเรียนรู้จากหน่วยงานภาครัฐ บริษัทต่างๆ และองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ DEPA, ETDA, NIA ACE Singapore, KMITL, Google, AWS, Huawei, Ricoh, UOB, Wongnai, MuSpace, Thailand e-Center (TeC), CP Innovation และ True Digital Academy เป็นต้น
          Event and Business Services Space
          พื้นที่สำหรับจัดประชุม สัมมนา ศูนย์บริการทางธุรกิจ ศูนย์บริการครบวงจรจากภาครัฐ
          เมื่อกดลิฟต์ขึ้นสู่ชั้น 6 ผ่านพื้นที่ส่วนกลางมีร้านกาแฟไว้บริการและนั่งชิล ชิล ส่วนการเข้าสู่ Work Space ของทรู ดิจิทัล พาร์ค ต้องมีบัตรสำหรับเมมเบอร์เท่านั้นถึงจะผ่านเข้าไปได้ ทำให้สมาชิกมีความเป็นส่วนตัว ที่นี่ต้องการให้เป็นศูนย์รวมและสตาร์ตอัพคอมมิวนิตีในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ภายใต้แนวคิด Open Innovation เพื่อส่งเสริมสตาร์ตอัพให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จถึงระดับที่จะเป็น "ยูนิคอร์น'" นั่นเอง ผู้ที่เข้ามาใช้บริการจะต้องเป็นสมาชิก
          อัตรา 7,500 บาท/คน/เดือน  มีบริการครบน้ำ ไฟ โต๊ะที่นั่งแบบเปิดหรือเลือกส่วนที่มีพาร์ติชันกั้น เลือกนั่งได้ตามอัธยาศัย จะมีที่นั่งทำงานสไตล์ Open Space เลือกได้มากกว่า 400 ที่นั่ง ทุกที่เชื่อมต่อสู่โลกดิจิทัลได้ผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 1 Gbps และเครือข่าย WiFi แรกๆ นึกว่าไม่มีคนแต่พอเดินชมลึกเข้าไปกลับมีสมาชิกนั่งทำงานกันทั้งเคร่งเครียดและทำแบบสบายๆ ดูๆ อายุเฉลี่ยแล้วอยู่ในวัยหนุ่มสาวกันทั้งนั้น
          มีแคนทีนกาแฟและน้ำผลไม้ใส่สลับสับเปลี่ยนไปทุกวันเพื่อสร้างความสดชื่น มีให้ฟรี  ถ้าหากเครียดก็จะมีตู้เกม โต๊ะปิงปองให้ผ่อนคลาย มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการรับประทานอาหาร พักผ่อนมีร้าน 7-11 รูปแบบใหม่ที่ในอนาคตจะไม่มีพนักงานบริการและใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน ห้องประชุมเล็กใหญ่ กว่า 100 ห้อง มีทาวน์ฮอลล์สำหรับจัดสัมมนาไซซ์ S จุคนได้ 80 คน ไซซ์ M จุได้ 50-80 คน และไซซ์ L 150 คน มีห้องออดิทอเรียลทะลุชั้น 6-7 จุได้ถึง 400 คน ถ้าใช้ประชุมก็จะคิดค่าบริการกันไป สตาร์ตอัพ สามารถจดที่ตั้งบริษัทเป็นที่ทรูดิจิทัลพาร์คได้เลย เรียกว่ามีแค่แล็ปท็อป มาเครื่องเดียวก็มาทำธุรกิจได้แล้ว
          พื้นที่ Work Space นั้น เชื่อมพื้นที่ชั้น 6-7 ด้วยบันได เพื่อสื่อถึงความเชื่อมโยงและมีนัยนิดๆ แฝงอยู่คือให้ออกกำลังกายนั่นเอง  พื้นที่เปิดกว้างมองเห็นหน้ากันและกัน ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้เป็นคอมมิวนิตีด้านธุรกิจ  สตาร์ตอัพบางรายขาดบางสิ่งและในที่นี้ก็อาจมีบางรายที่เสริมกันได้ ทำให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจกันขึ้น เรียกว่าเกิด Share  Knowledge  นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาตั้งสำนักงานเป็นที่ปรึกษา  ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)  สำนักงาน NACE ของสิงคโปร์ เกิดการแลกเปลี่ยนธุรกิจเกิดขึ้น TRUE Lab ที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับสตาร์ต อัพและจะมีการจัดสัมมนาให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญสตาร์ตอัพสามารถจดทะเบียนขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอที่นี่จะได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพิ่มขึ้น และถ้าหากรายใดมีไอเดียล้ำต้องการแหล่งเงินทุน ก็มีแหล่งเงินสนับสนุนด้วย เรียกว่ามาครบจบในที่เดียว ONE STOP SERVICE.
          จากที่สอบถามดู กลุ่มผู้ใช้งานมาจากหลากหลายประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์, โซเชียลแพลตฟอร์ม, EnterprisePlatform, อี-คอมเมิร์ซ, หุ่นยนต์ รวมถึงธุรกิจเทคต่างๆ อาทิ ฟินเทค,ทราเวลเทค, มาร์เก็ตติ้งเทค, พร็อพเทค(PropTech) และ AgriTech เป็นต้น ส่วนใหญ่ดูๆ แล้วเป็นผู้ชายสถิติถึง 57% และหญิง 43%  สาขาการทำงานของผู้ที่อยู่ใน True Digital Park ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งมีมากกว่า 60% ของคนทั้งหมด แบ่งตามสาขาการทำงานคือ กลุ่มวิศวกร ไอที เทคโนโลยี และนวัตกรรม 40% , งานสนับสนุนทางเทคนิค 15% , ด้านการตลาดดิจิทัล 6% , ด้านบริหารและพัฒนาธุรกิจ 25% และงานสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น บัญชี, บุคคล 14% แอบเก็บสถิติมาให้เสร็จสรรพ เผื่อใครสนใจจะได้ไปทดลองใช้บริการกันดู
          ทรู ดิจิทัล พาร์ค ถือว่าเป็นระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจร สำหรับสตาร์ตอัพ มีความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาค จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาสตาร์ตอัพและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีให้ก้าวสู่การเป็นยูนิคอร์น สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในเวทีโลก ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลระดับภูมิภาคได้ในที่สุด