ธนารักษ์ลุยเก็บค่าเช่ารัฐวิสาหกิจ5แสนไร่

 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างปรับค่าเช่าที่ดินราชพัสดุกับรัฐวิสาหกิจใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เนื่องจากสัญญาเช่าที่ดินของทั้ง 2 แห่งกำลังหมดอายุ กรมจึงต้องเจรจาเพื่อปรับค่าเช่าที่ดินราชพัสดุให้เหมาะสม ของใหม่ใช้วิธีการคิดค่าเช่าแบบผลตอบแทนต่อมูลค่าสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) 3% ของราคาประเมิน และอีก 1% เป็นค่าเช่า รวมแล้วต้องไม่เกิน 4% ของราคาประเมิน จากเดิมกำหนดค่าเช่าคิดตายตัว เช่น ราคาประเมิน 100 บาท คิดค่าเช่า 30 บาท หลังจากนั้นนำค่าเช่า 30 บาท มาเฉลี่ย 30 ปี เพื่อเสียค่าเช่าให้กรมในแต่ละปี
          นายอำนวยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมปรับค่าเช่ากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และมีพื้นที่สนามบินดอนเมือง และสนามบินภูมิภาคเรียบร้อยแล้ว ใช้แนวทางค่าเช่าในลักษณะอัตราผลประโยชน์ตอบแทนหรือค่าเช่าแบบส่วนแบ่งรายได้ 5% ของรายได้ อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถใช้แนวทางของ ทอท.กับรัฐวิสาหกิจอื่นได้ เพราะบางรัฐวิสาหกิจมีลักษณะการดำเนินการขาดทุน คงต้องเจรจาและขึ้นอยู่กับการพิจารณาเป็นรายๆ
          "ประเมินการปรับค่าเช่าของรัฐวิสาหกิจใหม่ เป็นส่วนหนึ่งทำให้รายได้ของกรมเพิ่มขึ้น 3,000 ล้านบาท จากขณะนี้เป้าหมายจัดเก็บรายได้ 8 พันล้านบาท ปีนี้การจัดเก็บน่าจะพุ่งสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท" นายอำนวยกล่าว
          แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐวิสาหกิจเช่าที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ประมาณ 500,000 ไร่ บางรัฐวิสาหกิจไม่เคยเสียค่าเช่าให้กรม อาทิ รัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้า กรมธนารักษ์จึงมีแนวคิดการจัดเก็บค่าเช่าที่ดินจากรัฐวิสาหกิจ อาจใช้วิธีการจัดเก็บแบบแบ่งรายได้ อาทิ รัฐวิสาหกิจที่นำที่ราชพัสดุไปใช้เชิงพาณิชย์ต้องแบ่งรายได้มายังกรมธนารักษ์ เพื่อนำส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างจัดทำโครงสร้างการปรับค่าเช่าของรัฐวิสาหกิจ เพราะบางรายยังไม่หมดสัญญาเช่า บางรายยังไม่เคยเสียค่าเช่า ส่วนรายสัญญาเช่าใกล้หมด อาทิ ทอท. กสท ไปรษณีย์นั้น สามารถเจรจาได้ทันที