ก.ย.คิกออฟคลาวด์กลางภาครัฐ

'ดีอี'มอบ'แคท'ดูแลเซฟงบฯลง40% ปีที่3มั่นใจโกยรายได้แตะ1.5พันล้าน
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงโครงการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (จีดีซีซี) ว่า จากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ดำเนินการเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และมีข้อมูลที่สามารถเปิดเผยให้กับประชาชนได้รับทราบ กระทรวงดีอีจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท ดำเนินโครงการ จีดีซีซี เพื่อพัฒนาให้เกิดโครงสร้าง พื้นฐานคลาวด์ ที่มีมาตรฐานระดับสากล และมีความปลอดภัยสูง
          นางสาวอัจฉรินทร์กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการจีดีซีซี มีกรอบงบประมาณต่อเนื่อง 3 ปี (2563-2565) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการอย่างเร็วในช่วงปลายปีงบประมาณ 2562 โดยที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อชี้แจงรายละเอียด เบื้องต้นมีหน่วยงานที่เข้าร่วมหารือแล้วกว่า 120 หน่วยงาน เช่น ธนาคารกรุงไทย สำหรับบันทึกข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกรมสรรพากร ในการบันทึกข้อมูลผู้เสียภาษี เป็นต้น
          "จีดีซีซี จะใช้บริการ ได้แก่ 1.บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน หรือเวอร์ชวลเมดชีน (วีเอ็ม) 2.บริการย้ายโอนระบบงานขึ้นมาอยู่บนจีดีซีซี และ 3.บริการฝึกอบรม โดยจะออกแบบสอดคล้องกับโครงสร้างภาครัฐ ใน 3 ระดับ ได้แก่ คลาวด์ระดับกระทรวง คลาวด์ระดับกรม และคลาวด์ กลางภาครัฐ โดยหน่วยงานที่มีระบบคลาวด์มาตรฐานใช้งานอยู่แล้วสามารถใช้ระบบคลาวด์ปัจจุบันของหน่วยงาน ต่อไปได้ แต่หากหน่วยงานใดไม่ต้องการ ลงทุนระบบก็สามารถมาใช้งานจีดีซีซีได้" นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท กล่าวว่า ทุกหน่วยงานจะได้ใช้คลาวด์ที่ได้มาตรฐานระดับเทียร์ 4 โดยเฟสแรกจะเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ และคาดว่า ภายในปีนี้จะติดตั้งได้ 2,000 วีเอ็ม และปีหน้าจะเพิ่มอีก 4,000 วีเอ็ม คาดว่าภายใน 3 ปี จะติดตั้งเพิ่มเป็น 20,000 วีเอ็ม
          พ.อ.สรรพชัยกล่าวว่า โครงการ จีดีซีซีจะคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 8,500 บาทต่อวีเอ็ม ซึ่งถูกกว่าราคากลางปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 18,000 บาทต่อวีเอ็ม หรืออาจจะมีการเช่าใช้กันอยู่ที่ 12,000 บาท ซึ่งสามารถประหยัดงบประมาณได้ 40% และมีรายได้ในการให้บริการราว 1,500 ล้านบาทต่อ 12,000 วีเอ็ม
--จบ--

          --มติชน ฉบับวันที่ 3 ก.ค. 2562 (กรอบบ่าย)--