ดีอี"ถอยรื้อเกณฑ์"ดิจิทัล พาร์ค

หลังเปิดประมูลรอบแรก ไร้เงาเอกชนเข้าร่วม
          กรุงเทพธุรกิจ กระทรวงดีอีเร่งทบทวน ร่างเงื่อนไขสัญญาก่อสร้าง "ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์" หลังเปิดเวทีให้เอกชนรับฟัง อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. คาดเตรียม รวบรวมความเห็น พร้อมออกร่างสัญญาใหม่ ภายในต้นเดือน ก.ค.นี้ เพื่อให้สามารถเปิด ขายซองภายในเดือน ส.ค. และเริ่มประมูล ช่วงเดือน ต.ค.นี้ เผยสาเหตุที่ผ่านมาไร้เงา เอกชนยื่นซองประมูลมาจากบังคับให้เอกชน จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐ 3% จากรายได้ ตลอดการทำโครงการ 50 ปี คาดเป็นตัวเลข ที่มากไป ขณะเดียวกัน ยังบังคับให้ทำโครงการ เฟสแรกเสร็จภายใน 2 ปี
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือก เอกชน โครงการ ดิจิทัล พาร์ค อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ภายใต้การทำโครงการของ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า ภายหลัง เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมาได้เปิดให้เอกชน ที่สนใจเข้าร่วม บริหารพื้นที่โครงการยื่นซองประมูล แต่กลับ ไม่มีใครสนใจนั้น กระทรวงดีอีได้ดำเนินการ ปรับเงื่อนไขใหม่แล้ว โดยได้นำร่างเงื่อนไข สัญญาเปิดเวทีให้เอกชนรับฟังอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นจะรวบรวม ความเห็นและออกร่างสัญญาใหม่ภายในต้นเดือน ก.ค.นี้ เพื่อให้สามารถเปิดขายซองภายในเดือน ส.ค. และ เริ่ม ประมูลช่วงเดือน ต.ค.นี้ สำหรับเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่มีผู้สนใจ ร่วมโครงการ น่าจะมาจาก การบังคับให้เอกชน จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐ 3% จากรายได้ ไม่ใช่ กำไร และให้บอกส่วนแบ่งที่จะจ่ายให้เท่ากัน ทุกปีตลอดการทำโครงการ 50 ปี จึงมองว่า เป็นตัวเลขที่มากไป ขณะเดียวกันยังบังคับให้ ทำโครงการเฟสแรก จำนวน 90,000 ตรม. ให้เสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งเร็วกว่าการทำโครงการ รถไฟความเร็วสูงที่จะเสร็จภายใน 5 ปี รวมถึง ค่าเช่าพื้นที่ที่ต้องจ่ายให้รัฐตั้งแต่ปีแรกด้วย
          ดังนั้น จึงมีการปรับเงื่อนไขใหม่ให้มี ความเหมาะสม เพราะรัฐไม่ต้องการแสวงหา ผลกำไร แต่ต้องสร้างพื้นที่ให้เป็นดิจิทัล พาร์ค ตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ได้แก่ การยกเลิก ส่วนแบ่งรายได้แบบคงที่ ให้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น โดยเอกชนสามารถเสนอมาได้อย่างอิสระ  อาจจะเป็น 0% ใน 5 ปีแรก และ ปีถัดๆ ไป ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกปีก็ได้ โดยตัวเลข การคาดการณ์รายได้ในอนาคตเอกชนไม่ต้อง กำหนดเท่ากันทุกปี และต้องจ่ายให้รัฐ 50% ของเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งรายได้ที่เสนอ
          ส่วนค่าเช่า จะเว้นให้ 5 ปี และกำลัง พิจารณาว่าจะแบ่งการจ่ายออกเป็น 10 หรือ 30 งวด ซึ่งค่าเช่าจะคิดในรูปแบบรัฐ ให้รัฐเช่า คือ 120 บาทต่อไร่ต่อปี ส่วนเรื่อง การส่งมอบงานเฟสแรกจะขยายเป็น 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่
          "การขอสิทธิพิเศษของกสทฯ จะเป็นจุดหนึ่ง ที่ไม่มีใครสนใจเข้ามาบริหารพื้นที่หรือไม่นั้น ต้องมาดูว่าการขอพื้นที่ 10 ไร่ โดยเอกชนต้อง ดำเนินการสร้างอพาร์ตเมนต์ 70 ห้อง ให้พนักงาน ของกสทฯ ล้วนเป็นต้นทุนเพิ่ม ขณะที่สัญญาเช่า แบบพีพีพี ต้องโอนทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้าง คืนให้รัฐเมื่อหมดสัญญาจึงถือเป็นข้อจำกัด ในการชวนรายอื่นมาเช่าพื้นที่"
          ผู้สื่อข่าวรายงาน โครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ ตอนที่เปิดให้ซื้อซองมีเอกชน มาซื้อซอง 16 ราย แต่พอครบกำหนดยื่นประมูล กลับไม่มีเอกชนรายใดเข้าร่วมเลย ส่วนเรื่อง การเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูง ตัวแทนจาก กสทฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า กำลังอยู่ระหว่างการ ผลักดันให้มีการเชื่อมต่ออย่างแน่นอน ส่วนพื้นที่ที่มีมอเตอร์ เวย์ คั่นนั้น ไม่ได้ระบุ ในเงื่อนไขสัญญาให้เสนอแผนการเชื่อมต่อ จึงเปิดกว้างให้กับเอกชนสามารถออกแบบได้ ตามความเหมาะสม  ขณะที่ประเด็นสร้างอาคารพนักงานนั้น กสทฯ จะนำกลับไปคิดต่อว่าจะสามารถช่วย ลดหย่อนใดๆ ให้เอกชนได้บ้าง แต่เรื่องการทำ ท่อร้อยสายนั้น กสท โทรคมนาคม ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการผูกขาด แต่จำเป็นต้องขุดท่อ พร้อมการสร้างโครงการ และ ค่าบริการจะเป็น ไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ กิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนด
          โครงการ ดิจิทัล พาร์ค ต้องปรับเงื่อนไขให้เหมาะสม รัฐไม่ต้องการแสวงหากำไรแต่ต้องสร้างพื้นที่ให้เป็นดิจิทัล พาร์ค ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
          อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย