แนะ"รัฐ-เอกช"นดึงความเชื่อมั่นดิจิทัล

กรุงเทพธุรกิจ แค่เรามองไปรอบตัว ก็คงสัมผัสได้แล้วว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทมากขนาดไหนในชีวิตประจำวัน นับตั้งแต่สมาร์ทโฟนในมือคุณที่กลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ การทำ ธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์ หรือหน้าเว็บ หรือช่วงพักผ่อนกับการแวะช้อปออนไลน์ในเวลาว่าง ความสะดวกสบายทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญ ที่หล่อเลี้ยงโลกดิจิทัลในทุกจังหวะ และเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าของทุกคนและทุกองค์กร แต่ใน ขณะเดียวกัน หากข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ก่อความรำคาญหรือแม้แต่อาวุธร้ายในมืออาชญากรได้
          โอม ศิวะดิษฐ์ ผู้บริหารด้านนโยบายภาครัฐบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกตัวอย่างผลสำรวจ ที่ไมโครซอฟท์จัดทำขึ้นร่วมกับไอดีซี เอเชียแปซิฟิก ระบุว่าผู้บริโภคราว 51% ในประเทศไทย และ 70% ใน 14 ประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก ยังไม่มั่นใจว่าผู้ให้บริการดิจิทัลจะนำข้อมูลส่วนตัวของพวกเขา ไปใช้งานในรูปแบบที่เหมาะสมเท่านั้น และถึงแม้การจับจ่ายซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่านักช้อปชาวไทยจัดอันดับให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกเป็นกลุ่ม ที่พวกเขามีความคาดหวังและมั่นใจน้อยที่สุดในด้านการใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง ขณะที่รัฐบาลและหน่วยงาน ภาครัฐก็อยู่ในกลุ่มรั้งท้ายเช่นเดียวกัน
          'ความน่าเชื่อถือ'โจทย์ใหญ่
          ผลสำรวจที่ออกมานี้ ตอกย้ำให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ยังมีการบ้านให้ต้องทำอีกไม่น้อยในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจ ด้วยมาตรฐานด้านการใช้งานและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งขึ้น ควบคู่กับการปกป้อง ระบบและข้อมูลจากอาชญากร ไซเบอร์ที่ยังคงพัฒนาเทคนิคการ จู่โจมรูปแบบใหม่ๆขึ้นมาโดยตลอด
          การประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นับเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ธุรกิจจะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแนวทางการทำงานให้ถูกต้องเหมาะสมได้อย่างทันท่วงที กฎหมายฉบับนี้ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบ้านเราในการวางรากฐานของสังคมดิจิทัลที่แข็งแรง เมื่อข้อมูลยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในสังคมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ
          ผลสำรวจของไมโครซอฟท์และไอดีซีเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้บริโภคต้องการให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางให้ทุกภาคส่วนนำเอไอมาใช้งานได้อย่างถูกต้อง
          ชูร่างก.ม.เอไอนำร่อง
          โอม กล่าวว่า สำหรับไมโครซอฟท์ เชื่อว่า การร่างกฎหมายขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาเอไอ จะช่วยให้ทุกภาคส่วนมีแนวทางที่ชัดเจน สามารถพิจารณาถึงปัจจัยทั้งในด้านเทคโนโลยี สังคม และวัฒนธรรมได้อย่างทั่วถึงในระดับเดียวกัน แต่การร่างกฎหมายที่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น จะต้องอาศัยมุมมองและความรู้ความสามารถของแต่ละฝ่าย ทั้งบริษัทเอกชน นักพัฒนา หน่วยงานภาครัฐ หรือแม้แต่ผู้บริโภคทั่วไป
          ขณะที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต้องบังคับใช้อย่างเคร่งครัดได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจและโปร่งใส ให้ทุกภาคส่วนยินดีแบ่งปันข้อมูลในขอบเขตที่สมเหตุสมผล
          แต่ก่อนที่จะไปถึงวันนั้น นักพัฒนาเอไอ ควรยึดมั่นในหลักการด้านสังคมและจริยธรรมที่จะคอยชี้นำให้เทคโนโลยีทำงานสร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์อยู่เสมอ ด้วยการคำนึงถึงความเป็นกลาง เสมอภาค น่าเชื่อถือ โปร่งใส และปลอดภัยของระบบเอไอควบคู่ไปกับการแสดงความรับผิดชอบในผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเอไอที่ตนเองสร้างมากับมือ