คว่ำบาตรหัวเว่ย ลามอังกฤษ-ญี่ปุ่น

สั่งระงับทำธุรกรรมจีนเมินตอบโต้สหรัฐ
          "หัวเว่ย" เร่งพัฒนาเทคโนโลยี ใช้ระบบปฏิบัติการ (โอเอส) ของตัวเองในปีหน้าเมินการตอบโต้ของสหรัฐ ลั่น เป็นการกลั่นแกล้งทางเศรษฐกิจ หวั่นจีนพัฒนาเทคโนโลยีเท่าเทียม ส่วนพานาโซนิคของญี่ปุ่น และเครือข่ายโทรคมนาคมรายใหญ่อังกฤษ โดดร่วมวงเข้าข้างมะกันคว่ำบาตรหัวเว่ย สั่งระงับทำธุรกรรมทั้งหมด ขณะที่เกาหลีใต้โดนกดดันหนักจากพี่เบิ้ม
          สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ว่า นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน กล่าวว่า มาตรการต่าง ๆ ของสหรัฐที่มีต่อหัวเว่ย ถือเป็นการกลั่นแกล้งทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เนื่องจากมีกลุ่มคนบางกลุ่มไม่ต้องการให้จีนมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีได้ทัดเทียมกับของสหรัฐ จึงสรรหาทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นและยับยั้งการพัฒนาดังกล่าวของจีน ทั้งที่ดำเนินการอย่างถูกต้องและเปิดเผย ตามกฎหมายระหว่างประเทศมาตลอด พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลปักกิ่งจะต่อสู้กับศึกครั้งนี้อย่างสุดความสามารถ และจนถึงนาทีสุดท้าย
          ต่อข้อถามเกี่ยวกับประเด็นการเจรจาการค้าที่ผ่านมาแล้ว 11 รอบ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เมื่อปลายเดือน ม.ค.60 โดยเกิดขึ้นทั้งที่กรุงปักกิ่งและกรุงวอชิงตัน แต่แทบไม่มีความคืบหน้าอย่างจริงจัง นายหวัง กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งจะไม่มีทางยอมลงนามในข้อตกลงใดกับสหรัฐ ที่ปราศจากความเท่าเทียม
          นายกุ้ย เทียนไค เอกอัครราชทูตจีน ประจำกรุงวอชิงตัน ระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่เคยปิดประตูใส่สหรัฐในเรื่องการเจรจาการค้า แต่รัฐบาลวอชิงตันต่างหากที่เป็นฝ่ายเอาแน่เอานอนไม่ได้ในหลายเรื่อง การเจรจาจึงยังไปไม่ถึงไหน พร้อมทั้งตำหนิมาตรการของทรัมป์ต่อหัวเว่ย ว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์
          ขณะที่บริษัทอีอี โมไบล์ ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุด ของสหราชอาณา จักร ประกาศระงับการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย ที่รองรับระบบ 5 จี รวมถึงเมท 20 เอ็กซ์ จนกว่าบริษัทจะได้รับความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระยะยาว และบริษัทด้านโทรคมนาคมขนาดใหญ่อีกหลายแห่งในสหราชอาณาจักร รวมถึงโวดาโฟนออกแถลงการณ์แบบเดียวกันตามมา
          สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากจีน เปิดตัวออเนอร์ พี 20 โปร ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวที่กรุงลอนดอน ขณะที่ผู้บริหารประกาศอย่างชัดเจนในงานว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับหัวเว่ย และไม่ว่าบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในรูปแบบใดก็ตาม ทุกภาคส่วนในหัวเว่ยจะร่วมมือกัน และสามารถฝ่าฟันอุปสรรคนั้นไปได้ในที่สุด พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า ออเนอร์ พี 20 โปร รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้ตามปกติ เนื่องจากหัวเว่ยและกูเกิลลงนามร่วมกัน ในการพัฒนาระบบของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก่อนเกิดข้อพิพาท ต่อมาหนังสือพิมพ์โชซอน ของเกาหลีใต้ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในบริษัทแอลจี ว่าผู้บริหารกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐ ในการให้ระงับสั่งซื้อ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย ขณะที่รัฐบาลโซลตกอยู่ในที่นั่งลำบากเช่นกัน โดยรายงานของโชซอนระบุ ด้วยว่า รัฐบาลวอชิงตันต้องการให้เกาหลีใต้ ประกาศบอยคอตอย่างเป็นทางการต่อหัวเว่ย อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำกรุงโซล ต่างยังสงวนท่าทีต่อรายงานดังกล่าว
          ด้านบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ไต้หวัน (ทีเอสเอ็มซี) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิพรายใหญ่ของโลก ให้แก่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงแอปเปิ้ลออกแถลงการณ์ว่า สายงานการผลิตชิพรุ่นคิริน 980/985 สำหรับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย ยังคงดำเนินการตามปกติ และเชื่อว่านโยบายของบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกดดันของสหรัฐที่มีต่อหัวเว่ย และพันธมิตรทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามผู้บริหารของทีเอสเอ็มซี ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา
          นายริชาร์ด หยู หัวหน้าฝ่ายธุรกิจผู้บริโภคของบริษัทหัวเว่ย เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีของสหรัฐว่า หัวเว่ยจะใช้ระบบปฏิบัติการ (โอเอส) ของตัวเองสำหรับโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อปในประเทศจีน ภายในไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่สองของปี 2563 หลังจากสหรัฐขึ้นบัญชีดำ ตามคำสั่งรัฐบาลสหรัฐ ห้ามจำหน่ายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของสหรัฐให้กับหัวเว่ย แต่จนถึงวันนี้หัวเว่ยยังสามารถใช้ไมโครซอฟต์ วินโดว์ส และกูเกิล แอนดรอยด์ได้อยู่
          ทางด้านนายโจ ฟลินน์ โฆษกของบริษัทพานาโซนิคของญี่ปุ่น แถลงว่า พานาโซนิคได้ระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดกับหัวเว่ย และกลุ่มบริษัท 68 ตามคำสั่งห้ามของรัฐบาลสหรัฐ หลังจากหลายบริษัทสำคัญของญี่ปุ่นขณะที่อังกฤษแถลงว่าขอระงับการเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ล่าสุดของหัวเว่ย เช่น เอ็นทีที โคโดโม ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตของญี่ปุ่น นอกนั้นมี เคดีดีไอ และซอฟต์แบงก์ เป็นต้น ส่วนของอังกฤษมีเครือข่ายโทรคมนาคมรายใหญ่อีอี ซึ่งเจ้าของคือ บีที ได้ระงับการเปิดตัวโทรศัพท์ 5 จี ของหัวเว่ย ตามมาด้วยโวดาโฟน ระงับการจำหน่ายหัวเว่ยชั่วคราว และบริษัทเออาร์เอ็ม ผู้ออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับโทรศัพท์มือถือของอังกฤษ ได้ระงับธุรกรรมกับหัวเว่ยเช่นกัน.