กสทช.เร่งสรุปเงินเยียวยาMCOT เรียกคืนคลื่น2600มาประมูลปีนี้

“กสทช.” เร่งสรุปเงินเยียวยา MCOT หลังเรียกคืนคลื่น 2600 MHz ฟากชมรมโครงข่ายทีวีดิจิทัล จ่อส่งหนังสือถึง  กสทช.  ขอความชัดเจนมาตรการเยียวยาผู้ให้บริการโครงข่ายภายในเดือน พ.ค.นี้ หลังทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาต 7 ช่อง
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ตามแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ของสำนักงานกสทช. ที่กำหนดเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2600 MHz คู่กับคลื่นความถี่ 26 และ 28 GHz ดังนั้นจำเป็นที่ สำนักงาน กสทช. จะต้องเรียกคืนคลื่นดังกล่าวจาก บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT โดย MCOT ได้ทำหนังสือล่าสุดตอบกลับมายังสำนักงาน กสทช. แล้วว่ายินดีจะส่งคืนคลื่นมาให้จำนวน 190 MHz แต่ต้องการทราบถึงเงินที่จะได้รับเยียวยาว่าเป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งจะทำให้สำนักงาน กสทช. นำมาเปิดประมูลได้ในปี 2562
          ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการในการเรียกคืนคลื่นความถี่และกำหนดมาตรการเยียวยา โดยมี พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานบริหารคลื่นความถี่และภูมิภาค กสทช. อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องนี้อยู่ คาดว่าไม่เกิน 2 เดือนจากนี้ จะสามารถสรุปจำนวนเงินที่ต้องเยียวยาให้กับ MCOT หลังจากที่อสมท.คืนคลื่นความถี่ 2600 MHz ดังกล่าวมา
          สำหรับเหตุผลที่เรียกคืนคลื่นความถี่ 2600 MHz จาก MCOT เนื่องจากเป็นคลื่นความถี่ที่มีการผลิตอุปกรณ์มารองรับการให้บริการเทคโนโลยี 5G แล้ว นอกจากนี้คลื่นความถี่ที่พร้อมให้บริการ 5G ยังมีคลื่นความถี่ 3500 MHz ที่ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM โดยคาดว่าจะเรียกคืนคลื่นในปี 2563 ขณะที่คลื่นความถี่ 26 และ 28 GHz เป็นคลื่นที่ไม่ได้ใช้งาน กสทช.สามารถนำมาจัดสรรได้ทันที
          ส่วนคลื่นความถี่ 700 MHz ที่จะจัดสรรให้กับผู้ประกอบการโทรคมนาคม 3 ราย ในวันที่ 19 มิ.ย. 2562 แม้จะไม่ได้นำไปใช้ใน 5G โดยตรง เนื่องจากคาดว่าจะเริ่มมีอุปกรณ์สำหรับ 5G ในย่านดังกล่าวตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป แต่การจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz จะนำไปเพื่อให้บริการในเทคโนโลยี Neutral หรือเทคโนโลยีเป็นกลางในเทคโนโลยี 4G และ 5G ในอนาคต
          ด้านนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ MCOT ในฐานะประธานชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ชคท.) ร่วมประชุมกับ 4 หน่วยงานผู้ให้บริการโครงข่าย เพื่อพิจารณาผลกระทบจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2562 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม การวิเคราะห์เรื่องผลกระทบด้านเทคนิค ด้านผู้ชมและด้านการเงิน รวมถึงเสนอแนวทางในการเจรจากับ กสทช. เพื่อบรรเทาและเยียวยากรณีโครงข่ายมีผู้ใช้บริการน้อยลง
          โดยที่ประชุมชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายมีมติเห็นชอบให้มีหนังสือถึง กสทช. ภายในเดือน พ.ค. 2562 เพื่อขอความชัดเจนใน 2 ประเด็น คือ กรณีผู้ประกอบการโครงข่ายยังเปิดให้บริการครบทุกราย โดยความชัดเจนของกรอบระยะเวลาเยียวยาผู้ให้บริการโครงข่ายจะเริ่มเมื่อใด
          ขณะเดียวกัน การเยียวยาชดเชยให้กับโครงข่าย จะเยียวยาอย่างไร ในกรณีที่มีผู้ใช้บริการโครงข่ายลดลง ฯ  ว่าจะเยียวยาให้กับโครงข่ายเฉพาะที่มีผู้ประกอบการดิจิทัลเหลืออยู่ 15 ราย หรือ กสทช. จะพิจารณาตามสัญญาที่ผู้ให้บริการโครงข่าย ทำกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีที่ผู้ให้บริการโครงข่ายขอคืนใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่าย จำนวน 1 โครงข่าย เพื่อเปิดทางให้ กสทช. นำคลื่นความถี่  700 MHz ย้ายไปพัฒนาเทคโนโลยี 5G ทาง กสทช. จะมีแนวทางเยียวยาและกรอบหลักเกณฑ์การคำนวณวงเงินเป็นอย่างไร หลังจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้คืนใบอนุญาต 7 ช่องสถานี ส่งผลให้ผู้ให้บริการทุกโครงข่าย สูญเสียรายได้ทันทีประมาณ 300 ล้านบาท/ปี