THCOMไร้สำรอง-คุมต้นทุนหวังรักษากำไรสุทธิเท่าปีก่อน

ทันหุ้น - THCOM กางแผนปี 2562 รักษาระดับกำไรสุทธิใกล้เคียงปี 2561 เร่งเจรจาลงทุนธุรกิจใหม่ Start-Up จำนวน 2-3 ราย คาดปีนี้ได้ข้อสรุป 1 ราย ยันไม่มีตั้งสำรอง-คุมต้นทุนอยู่หมัด ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ธุรกิจใหม่แตะ 15% ภายใน 3-5 ปี
          นายปฐมภพ สุวรรณศิริ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการค้า บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ารักษาระดับกำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2561 อยู่ที่ 229.55 ล้านบาท หลักๆ เป็นผลมาจากมองว่าในปีนี้บริษัทจะไม่มีการตั้งสำรองหนี้สูญ ประมาณ 300-400 ล้านบาท เหมือนดังเช่นปี 2561 ที่ผ่านมา
          ตั้งความหวังลูกค้าใหม่
          นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด โดยเฉพาะด้านบุคลากรที่ในปีนี้มีการเพิ่มตำแหน่งงานน้อยกว่าที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวปรับตัวลดลงถึง 10% ทำให้คาดว่า กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) ในปี 2562 จะมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2562 ที่อยู่ที่ระดับ 43% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนอยู่ที่ราว 30%
          อีกทั้งภายในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีการบันทึกเงินค้างชำระหนี้สงสัยจะสูญจากลูกค้าในประเทศอินเดีย จำนวน 300-400 ล้านบาท กลับเข้ามาในรู้แบบสินทรัพย์อีกด้วย ในส่วนของรายได้รวมปีนี้นั้นเบื้องต้นประเมินว่าอาจมีการปรับตัวลดลง เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง และการหมดสัญญาของลูกค้าบางราย ซึ่งการเติบโตของรายได้หลักๆ มาจากการเซ็นสัญญาใหม่
          ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายตลาดและหาลูกค้ารายใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อเข้ามาทดแทนลูกค้าบางรายที่หมดสัญญาลง โดยที่ผ่านมาลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นรัฐในประเทศอินเดียมีการขยายการใช้งานดาวเทียมบรอดแบนด์ไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ เพิ่มเป็น 2.2 พันเมกะเฮิรตซ์ (MHz) จากเดิม 1.4 พันเฮิรตซ์ ซึ่งมีผลเริ่มรับรู้รายได้จากการขยายการใช้งานตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 เป็นต้นไป
          ส่งผลให้ในปัจจุบันดาวเทียม ไทยคม 4 มีอัตราการใช้งานจากประเทศอินเดียเพิ่มเป็น 31% จากเดิม 30% และขึ้นเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ในประเทศอินเดีย อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้บริษัทได้เริ่มให้บริการกับลูกค้ารัฐวิสาหกิจในประเทศออสเตรเลียเข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าภายในปี 2562 นี้ มีโอกาสที่จะได้รับการขยายการใช้บริการจากผู้ประกอบการในประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้ามาเพิ่มเติม คาดได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งปีหลังนี้
          พร้อมให้บริการสัญญาณ 5G
          สำหรับการปรับกลยุทธ์หลังจากที่ดาวเทียม 3 ดวง ประกอบด้วย ไทยคม 4, 5 และ 6 จะหมดสัมปทานในเดือนกันยายน 2564 นั้น บริษัทพร้อมดำเนินตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติอนุมัติให้ดำเนินการในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ซึ่งได้มีการเจรจากับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) รองรับไว้บ้างแล้ว พร้อมกันนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมที่จะให้บริการสัญญาณ 5G โดยผ่านการใช้โครงข่ายจากดาวเทียม ซึ่ง ขณะนี้ได้มีการเจรจาร่วมกับ ADVANC เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการใช้บริการเรียบร้อยแล้ว
          ในส่วนของกลุ่มบริษัทในเครือ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (แอลทีซี) ในประเทศลาวที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2562 มีผลกำไรลดลง เนื่องจากมีผู้เล่นใหม่เข้ามาในตลาด และจึงทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ทั้งนี้บริษัทได้มีการเข้าไปเจรจากับรัฐบาลลาวในเบื้องต้น เพื่อเป็นการหาแนวทางว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์อย่างไร คาดจะชัดเจนไตรมาส 2/2562 นี้ เป็นต้นไป
          จ่อปิดดีลสตาร์ทอัพ
          ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีความสนใจเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม โรโบติกส์ และ โดรนเซอร์วิส อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจหลักลง และเพิ่มช่องทางหารายได้อื่นๆ ได้มากขึ้น ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรซึ่งเป็น Start-Up จำนวน 2-3 ราย คาดว่าภายในปีนี้จะได้ข้อสรุปการลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ดีล อย่างไรก็ดี ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ธุรกิจใหม่แตะ 15% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ราว 5% ของรายได้รวม

          บรรยายใต้ภาพ
          ปฐมภพ สุวรรณศิริ