จัสมินฯชนะคดีโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ได้รับชำระเงินคืนกว่า4.2พันล้าน

ผู้จัดการรายวัน360 - บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เผยอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ให้บริษัทย่อย "JSTC" ได้รับชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนกว่า 4.2 พันล้านบาท
          นางสาวสายใจ คีตสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยถึง คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการสำหรับข้อพิพาทระหว่างบริษัท จัสมิน ซับมารีน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (JSTC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย กับคู่พิพาทรายหนึ่ง จำนวน 2 ข้อพิพาท โดยข้อพิพาทแรก ระหว่าง JSTC (ผู้เรียกร้อง) และบริษัทรายหนึ่ง (ผู้คัดค้าน) และบริษัทอีกรายหนึ่ง (ผู้ร้องสอด) ซึ่ง JSTC ได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้ผู้คัดค้านชำระเงินส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาร่วมลงทุนสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ (ฝั่งตะวันออก) (สัญญาร่วมลงทุนฯ) เป็นจำนวนประมาณ 3,395 ล้านบาท
          เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 62 มีคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ฉบับลงวันที่ 29 เม.ย. 62 สาระสำคัญ คือให้ผู้คัดค้านรับผิดชอบชำระเงินส่วนแบ่งรายได้ตั้งแต่งวดเดือน ก.ย. 51-3 ต.ค. 54 รวมทั้งดอกเบี้ย คิดเป็นเงินจำนวน 2,517,742,568.66 บาท จนถึงวันที่เสนอข้อพิพาท (22 ธ.ค. 57) เป็นค่าดอกเบี้ยจำนวน 877,608,644.07 บาท รวมยอดเงินต้นค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยจำนวน 3,395,351,212.73 บาท และดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ของต้นเงิน คิดเป็นยอดเงินรวม 4,223,102,194.21 บาท
          โดยการรับเงินส่วนแบ่งรายได้ดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาโอนสิทธิและหน้าที่การรับเงินตามสัญญาสัมปทาน และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ JSTC และผู้ร้องสอดได้ปฏิบัติต่อกันมาด้วยการร่วมกันรับเงินส่วนแบ่งรายได้จากผู้คัดค้าน โดยผู้ร้องสอดมีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่งรายได้เป็นเงินจำนวน 425,719,738.16 บาท (ณ วันสิ้นปี 60) โดยเงินส่วนแบ่งรายได้ส่วนที่เหลือให้เป็นของ JSTC
          ส่วนข้อพิพาทที่ 2. ระหว่าง JSTC (ผู้คัดค้าน) และบริษัทรายหนึ่ง (ผู้เรียกร้อง) เกี่ยวกับสัญญาร่วมลงทุนฯ โดยผู้เรียกร้องได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการเพื่อเรียกร้องให้ JSTC คืนเงินส่วนแบ่งรายได้ที่ผู้เรียกร้องกล่าวอ้างว่า JSTC รับเกินไปตามสัญญาร่วมลงทุนฯ พร้อมด้วยให้ชำระค่าซ่อมแซมเครื่องมือ อุปกรณ์ และทรัพย์สินในโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำฝั่งตะวันออก รวมถึงค่าเสียโอกาสในการประกอบธุรกิจ เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 9,931 ล้านบาท
          เมื่อวันที่ 8 พ.ค.62 มีคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ฉบับลงวันที่ 29 เม.ย.62 ให้ JSTC ชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวน 15,821,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ของเงินต้น 15,821,600 บาท นับแต่วันที่ 29 เม.ย.58 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นให้แก่ผู้เรียกร้อง โดยค่าดอกเบี้ยนับถึงวันยื่นคำเสนอข้อพิพาท (19 ส.ค. 59) ซึ่งต้องเป็นเงินไม่เกินจำนวน 11,522,128.23 บาท ทั้งนี้ สำหรับเงินส่วนแบ่งรายได้และข้อเรียกร้องอื่นๆ เป็นเงินประมาณ 9,900 ล้านบาท ตามคำเสนอข้อพิพาทข้างต้นนั้น JSTC ไม่มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้เรียกร้องแต่อย่างใด.