กสทช.แจ้งเกิดระบบ 5G

ดันไทยก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไร้สาย
          นักวิชาการหนุน คสช.ออกม.44 เป็นผลดีต่อมือถือ-ทีวีดิจิทัล หากไม่พยุงธุรกิจอาจ "ล้ม" ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ส่วน 5G อย่าทำแค่ปักหมุดเป็นประเทศแรก ควรผลักดันอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องสร้างความพร้อม ไปด้วยกัน
          หลังจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ออกมาตรา 44 แก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลสามารถคืนใบอนุญาตและให้ค่ายมือถือยืดชำระค่าคลื่น 900 งวดสุด ท้ายคืองวดที่ 4 ออกไปอีก 10 งวดนั้น
          ต่อเรื่องนี้ นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิชาการด้านโทร คมนาคม และผู้บริหารโครงการฝ่ายพัฒนานวัตกรรมและผู้ประ กอบการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เกี่ยวกับการออกประกาศ ม.44 ของ คสช. ว่า เรื่องนี้มีความคิดเห็นหลากหลายแต่ในความคิดส่วนตัวแล้วหากรัฐไม่ดำเนินการอะไรเลยจะเกิดผลเสียกับธุรกิจเพราะทีวีดิจิทัลกำลังเข้าขั้นวิกฤติเนื่องจากถูกเทคโนโลยีดิสรัปชัน เมื่อวัน เวลาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หากปล่อยให้อุตสาหกรรม "ล้ม" เป็นโดมิโน ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ
          ส่วนผลดีของการเปิด 5G นั้นการจะได้ผลประโยชน์ไม่ใช่แค่การปักหมุดให้ประเทศไทยมี 5G เป็นประเทศแรกๆ ในโลก แต่การจะได้ผลดีจากการมี 5G ต้องเกิดจากการผลักดันและเตรียมความพร้อมของทุกอุตสาห กรรมที่เกี่ยวเนื่องและจะมีโอกาสได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันให้มีส่วนร่วมและพร้อมกับการใช้โครงข่าย 5G ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างบริการสู่ผู้ใช้และยกระดับการ แข่งขันของประเทศไปพร้อมกับการสร้างนวัตกรรมและนักพัฒนาที่เป็นของเราเอง แม้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายแต่รัฐต้องมีความชัดเจนในด้านการปรับกฎระเบียบให้เอื้อกับบริการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย หากไม่เช่นนั้นถึงจะมีเพียง 5G แต่ไม่มี service หรือ usecase ที่เข้าถึงและใช้ได้จริงจุดนี้ คือ ตัวแปรที่สำคัญจะได้หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการใช้งาน 5G
          "เมื่อมี 5G จะเกิดโครง สร้างพื้นฐานดิจิทัลไร้สาย เพราะทุกอุตสาหกรรมสามารถวิ่งบนแพลตฟอร์มได้หมดไม่จำกัดเฉพาะการโทร.เท่านั้น จะเกิดการให้บริการแพทย์ทางไกล การเรียนการสอนทางไกล ถ้าสนับ สนุนอย่างเต็มรูปแบบ"
          ส่วนข้อเสีย คือ ส่งผล กระทบอุตสาหกรรมบางอย่างเช่น ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบนโครงข่ายโทรคมนาคม (Over The Top-OTT) สามารถนำเทคโนโลยี 4K บนแพลตฟอร์มระบบ 5G มาให้บริการได้ เนื่องจากมีสัญญาณรับ-ส่ง มากกว่า 4 จี ถึง 100 เท่า ขณะที่อุตสาหกรรมขนส่งต่อไปก็จะเป็นแบบไร้คนขับเพราะฉะนั้น สำนักงานกสทช. ต้องหามาตรการรองรับในเรื่องนี้
          อย่างไรก็ตามก่อนที่จะประมูล 5G นั้น กสทช. ได้ร่วมกับเอไอเอส และทรู ตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5G ในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยการติดตั้งสถานี ฐาน ณ อาคารวิศวฯ 100 ปี โดยใช้ความถี่ย่าน 26.5-27.5 GHz รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ 5G AI/IoT Innovation Center อีกด้วย
          ขณะที่ ดีแทค ร่วมกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดสนามทดสอบ dtac 5G ทั้งพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและพื้นที่ EEC ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา เพื่อทดสอบการใช้งานจริง (Use case)