ส่องรายงาน กสทช. ผลงานเด่น"อุ้มทีวีดิจิทัล"

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้เผยแพร่รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 ทางเว็บไซต์ของสำนักงาน (http://www.nbtc.go.th) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา และที่ประชุมสภานิติบัญญติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระการประชุมเพื่อพิจารณารายงานดังกล่าวในการประชุมเป็นพิเศษ วันที่ 7 พฤษภาคมนี้
          บทสรุปของรายงานดังกล่าว ระบุว่า ในปี 2561 กสทช. ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รวมทั้งการยกระดับความร่วมมือในการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเป็นกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อน การดำเนินภารกิจให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลเพื่อ การเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
          โดยผลงานสำคัญๆ ของ กสทช.ในปี 2561 ที่ผ่านมา มี อาทิ
          - การแก้ไขปัญหาผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล
          (1) ได้ดำเนินการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 76/2559 เรื่องมาตรการส่งเสริม การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะในการส่งเสริม ให้โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียมสามารถ ดำเนินการได้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน และส่งเสริมอุตสาหกรรมกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคมให้เกิดประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นคง ให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องจาก ปี 2560 เป็นต้นมา โดยปี 2561 ได้ดำเนินการเพื่อ แก้ปัญหาการประกอบกิจการทีวีดิจิทัล และสนับสนุนให้มีบริการฯ ดังนี้
          * ขยายเวลาการชำระเงินค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ โดย ณ สิ้นปี 2561 สำนักงาน กสทช. ได้พิจารณาเห็นชอบให้ผู้รับใบอนุญาตที่ได้ยื่นขอชำระเงิน ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือ ตั้งแต่งวดที่ 4 เป็นต้นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ 76/2559 จำนวน 16 บริษัท รวม 19 ใบอนุญาต
          * สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียมโดย ณ สิ้นปี 2561 สำนักงาน กสทช. ได้สนับสนุนเงินจำนวนทั้งสิ้น 622.165 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ
          (2) ได้ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2561 เรื่องมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการที่สุจริต แต่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสังคมจึง ไม่อาจชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ทัน ภายในระยะเวลาที่กำหนด และเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการ ได้ใช้เวลา โอกาส และทุนในการพัฒนาศักยภาพ การให้บริการและการผลิตหรือการเผยแพร่รายการที่มีคุณภาพให้ทันต่อความต้องการของสังคมและเทคโนโลยี ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปกิจการด้านการสื่อสารมวลชนซึ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีความมั่นคงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยปี 2561 ได้ดำเนินการฯ ดังนี้
          * พักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่ โดยในปี 2561 กสทช. ได้พิจารณาเห็นชอบ ให้ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้สิทธิ์ในการพักชำระค่าธรรมเนียม ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 9/2561 จำนวน 16 บริษัทรวม 19 ใบอนุญาต สามารถพักชำระ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในงวดที่เหลือตั้งแต่งวดชำระปี 2561 เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ทั้งนี้ มีผู้รับใบอนุญาตที่ไม่ได้ยื่นขอชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่ฯ และไม่ได้ยื่นขอพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ จำนวน 3 ราย (3 ใบอนุญาต)
          * สนับสนุนค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (MUX) โดยได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้โครงข่ายฯ ให้กับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ในระบบดิจิทัลเป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าเช่าใช้โครงข่ายดังกล่าวเป็นระยะเวลา 2 ปีนับตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2561-พฤษภาคม 2563 โดย ณ สิ้นปี 2561 ได้มีการพิจารณาให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการแล้ว จำนวนเงินทั้งสิ้น 312.550 ล้านบาท
          (3) ได้ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรทัศน์รายปี ตามประกาศ กสทช. เรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ 3) โดยในปี 2561 กสทช. ได้ปรับปรุงและทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรทัศน์รายปีให้เป็นอัตราเดียวกันกับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีสำหรับกิจการโทรคมนาคม สอดคล้องกับการหลอมรวมทางเทคโนโลยี และการรวมองค์กรกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์และ โทรคมนาคม โดยคิดอัตราค่าธรรมเนียมแบบก้าวหน้า มีการ กระจายฐานสัดส่วนรายได้ให้มีจำนวนหลายขั้น มากขึ้น และเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพอุตสาหกรรม ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นการเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของธุรกิจด้านโทรทัศน์ในภาพรวม
          - การขับเคลื่อนโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในพื้นที่ขายขอบ (โครงการเน็ตชายขอบ) ครอบคลุม 3,920 หมู่บ้านในพื้นที่ ห่างไกล (ประมาณ 2.1 ล้านครัวเรือน หรือ 6.3 ล้านคน)
          - การกำกับดูแลเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุม การบินจากภายนอก (Drone)
          โดยได้ออกประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับอากาศยาน ซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป ซึ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561  โดยในปี 2561 มีผู้ยื่นคำขอลงทะเบียนครอบครองโดรน จำนวน 14,509 เครื่อง และพื้นที่ที่มีผู้มาขอขึ้นทะเบียนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรงุเทพมหานคร นนทบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี และสมุทรปราการ
          - การกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรคมนาคมได้ดำเนินการติดตามอัตราค่าบริการ โทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำกับอัตราค่าบริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการอนุญาตฯ ซึ่งช่วยให้ประชาชนได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในอัตราค่าบริการที่ถูกลง ตลอดจนการทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคมให้มีความเหมาะสมกับสภาพตลาดและสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการกำกับดูแล กิจการโทรคมนาคม
          - การจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และการจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์
          ในปี 2561 กสทช.ได้จัดการประมูลคลื่นความถี่ฯ ดังนี้ ประมลูคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์  เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่น ความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1740-1785/1835-1880 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีผู้ชนะการประมูล จำนวน 2 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด
          จัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์  เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่น ความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 890-895/935-940 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด
          สำหรับรายได้จากการประมูลความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นเงินรวม ทั้งสิ้น 67,502.020 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  ซึ่งเงินค่าประมูลภายหลังจากหักค่าใช้จ่ายจากการจัดประมูลแล้ว สำนักงาน กสทช. จะนำส่งเข้ากองทุน พัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) และนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้แผ่นดินนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป
          - การเตรียมความพร้อมเพื่อผลักดันประเทศไทย เข้าสู่เทคโนโลยี 5G
          ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5G นอกจากนี้ยังได้มีแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์  เพื่อดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์  และแผนความถี่วิทยุกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications-IMT) ย่านความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ และเตรียมการจัดสรร คลื่นความถี่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีผลงานอื่นๆ เช่น
          - การสนับสนุนการให้บริการ Internet of Things
          - การยกระดับการกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ อย่างต่อเนื่อง
          - การจัดระเบียบสายสื่อสารและนำสายสื่อสารลงดิน
          - การสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต เป็นต้น