กสทฯ ลุย"เสาต้นไม้"รองรับ"5จี"

 กรุงเทพธุรกิจ   กสทฯ เพิ่มศักยภาพ การสื่อสารในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยสร้างเสาสัญญาณโทรคมนาคมในรูปแบบ เสาต้นไม้เน้นกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม พร้อมเปิดให้โอเปอเรเตอร์ทุกค่ายติดตั้ง อุปกรณ์ให้บริการลูกค้าบนเสาเดียวกัน รองรับได้ตั้งแต่ 3จี-5จี เพื่อการใช้งานกับ ไอโอที โดยจะติดตั้งครบ 100 เสาภายในปี 2562 ก่อนขยายเพิ่มจำนวนเสาใน 154 อุทยานฯ ทั่วประเทศ
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสทฯหน่วยงานโทรคมนาคม ของรัฐได้รับอนุญาตให้สร้างเสาโทรคมนาคม ในรูปแบบเสาต้นไม้ในพื้นที่เขตอุทยาน แห่งชาติทั่วประเทศ โดย กสทฯ มีความ พร้อมที่จะเป็นองค์กรกลางในการ ดำเนินการสร้างเสาดังกล่าวสำหรับ กลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ใช้งานร่วมกัน เพื่อลดจำนวนเสาที่มาก เกินความจำเป็น
          ทั้งนี้ได้เริ่มดำเนินการติดตั้งเสาต้นไม้ ตั้งแต่เดือนพ.ย.ปี 2561 ขณะนี้ติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน 25 ต้น และตั้งเป้าหมาย ขยายให้ได้ถึง 100 ต้นในปี 2562 จาก จำนวนอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 154 แห่ง โดยการติดตั้งเสาต้นไม้ในอุทยานฯ แต่ละแห่ง จะอยู่ในพื้นที่ที่รองรับความต้องการร่วมกัน ของโอเปอเรเตอร์และมีปริมาณการใช้งาน ของประชาชนจำนวนมาก และล่าสุดเสาต้นไม้ เปิดใช้งานแล้วที่อุทยานแห่งชาติน้ำตก เจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี
          "เสาที่ติดตั้งแล้วทั้ง 25 ต้นได้เปิดให้ โอเปอเรเตอร์ทุกรายติดตั้งอุปกรณ์ให้บริการ สัญญาณเครือข่ายของตนอย่างเท่าเทียมกัน และถูกต้องตามกฎระเบียบกรมอุทยานฯ ทดแทนการใช้เสาสัญญาณเดิมในพื้นที่ ที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งต่อไปจะต้องรื้อถอนออก โดยขณะนี้มีเอกชนได้เริ่มติดตั้งอุปกรณ์ บนเสาต้นไม้ดังกล่าวบ้างแล้ว โดยเสาต้นไม้ 1 ต้นจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อ สื่อสารได้ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี, 4จี, 5จี อินเทอร์เน็ต, ระบบวิทยุสื่อสาร รวมไปถึงระบบลอร่าแวนเพื่อการเชื่อมต่อ ไอโอที"
          ทั้งนี้ เสาโทรคมนาคมต้นไม้ที่กสทฯ ดำเนินการติดตั้งในเขตพื้นที่อุทยาน แห่งชาติทั่วประเทศ ถือเป็นการวางโครงสร้าง พื้นฐานโทรคมนาคมที่จำเป็นตามแนวทาง ที่ กสทช.กำหนด เพื่อปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการโทรคมนาคมรองรับความ ต้องการในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ให้นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และ ชุมชนในพื้นที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ สะดวกยิ่งขึ้นด้วยสัญญาณโทรศัพท์ เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการส่งเสริม การใช้งานโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน มากขึ้น
          "ปัจจุบันมีเสาสัญญาณทั้งหมด ในประเทศรวมเกือบ 50,000 ต้นซึ่งต่างคน ต่างใช้งานเฉพาะตัวเองทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าเช่าที่และค่าดูแลเสา การใช้เสากลาง ร่วมกันจึงช่วยลดต้นทุนของผู้ให้บริการ ในส่วนนี้ รวมทั้งจะส่งผลดีต่อประชาชน ผู้ใช้บริการ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เสาโทรคมนาคม 30,000 ต้นก็เพียงพอ สำหรับประเทศไทยที่จะใช้ในการให้บริการ ได้อย่างครอบคลุม"

          บรรยายใต้ภาพ 
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์