ORIเล็งผุดมิกซ์ยูสมูลค่าหมื่นล้าน ในพื้นที่ EEC รองรับการเติบโตของเมือง

 “ออริจิ้น” เผยแผนปี 2562 เตรียมเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้ชื่อ “Origin Smart District Rayong” มูลค่ารวมกว่า  10,000 ล้านบาท ในเขตพื้นที่ EEC เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง และเป็นโอกาสในการลงทุน
          นายอรุช ช่างทอง กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจ EEC บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้ชื่อโครงการ Origin Smart District Rayong มูลค่าโครงการรวมทุกประเภทกว่า 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC : Eastern Economic Corridor) จ.ระยอง เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง ซึ่งถือเป็นโอกาสในการลงทุน
          ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ EEC ประกอบด้วย การพัฒนาเมกะโปรเจกต์หลากหลายโครงการ เช่น รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ท่าเรือน้ำลึกระดับ Top 10 ของโลก สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งจะเป็นทั้งสนามบินและศูนย์ซ่อมเครื่องบินในอนาคต โดยภาพรวมการพัฒนาพื้นที่ยังคงเดินไปตามโรดแมป มีการเจรจาและสรรหาภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาในโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โครงการด้านดิจิทัลซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์หลักของพื้นที่ก็จะมารวมกันอยู่ที่ EEC เช่น สนามทดสอบ 5G แห่งแรกของไทย
          ขณะที่ ORI ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับความต้องการอยู่อาศัยที่จะเพิ่มขึ้น เริ่มจากการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในพื้นที่แหลมฉบัง ภายใต้ชื่อโครงการ Origin District เป็นทั้งคอนโดมิเนียมแบรนด์นอตติ้ง ฮิลล์ เคนซิงตัน และคอมมูนิตี้มอลล์ ภายใต้ชื่อ Porto Bello ในพื้นที่เดียวกัน และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่แหลมฉบัง ทั้งนี้ การเดินหน้าอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในพื้นที่ EEC ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนในพื้นที่
          ด้านนายวงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า โครงการ Digital Park Thailand ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญในพื้นที่ EEC ที่กำลังจะพัฒนาขึ้นในพื้นที่แหลมฉบัง เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัลโดยเฉพาะ
          โดยการลงทุนในพื้นที่จะไม่ได้มีหน้าตาเป็นโรงงานเหมือนนิคมอุตสาหกรรม เน้นการลงทุนด้านดิจิทัล ทำให้บรรยากาศคล้าย “แคมปัส” หรือมหาวิทยาลัย มีออฟฟิศ ห้องแล็บ Data Center ศูนย์เก็บเซิร์ฟเวอร์ เข้ามาอยู่รวมกัน กลุ่มคนที่เข้ามาทำงานก็จะมีตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับด้านเทคโนโลยี รวมถึงเหล่าสตาร์ตอัพ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตัวพื้นที่โครงการยังถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้าง ซึ่งจะเป็นเสมือนโชว์เคสของเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City
          “ภายใน Digital Park Thailand สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้สิทธิพิเศษ ยกเว้นภาษีนิติบุคคลแก่ผู้เข้ามาลงทุนนาน 8-13 ปี สูงกว่าผู้ที่มาลงทุนด้านดิจิทัลในบริเวณอื่น ซึ่งได้สิทธิ 5-8 ปี โดยสิทธิประโยชน์นี้จะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC อย่าง Digital Park Thailand” นายวงกต กล่าว
          ส่วนนายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เปิดเผยว่า ศรีราชาเป็นเมืองที่โดดเด่นจาก 5 อ. ได้แก่ 1. อากาศดี 2. อาหารดีมีอาหารทะเลที่ครบสมบูรณ์ 3. อุตสาหกรรมดี 4. อนามัยดีมีสถานพยาบาล และ 5. อาชีพดีรายได้ต่อหัวค่อนข้างสูง จากการศึกษาโดยบริษัทที่ปรึกษา พบว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า อำเภอศรีราชา จะมีประชากรอาศัยอยู่ถึง 20 ล้านคน โดยปัจจุบันเริ่มเห็นการขยายของตัวเมืองและการเจริญเติบโตเข้ามาในแหลมฉบัง ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในศรีราชาบ้างแล้ว
          สำหรับแหลมฉบังเป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะมีการพัฒนาให้เป็น Smart City ซึ่งหลังจากนี้จะมีการของบประมาณมา เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ให้ เช่น ระบบน้ำ โรงบำบัดน้ำเสีย และอีก 2 ปีข้างหน้า การเดินทางจะสะดวกขึ้น จากการลงทุนในถนนเมืองใหม่ แหลมฉบังเหนือ-กลาง-ใต้ ซึ่งจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมฝั่งเคหะ