ส่องบทบาท2รัฐวิสาหกิจโทรคม หลังค่ายมือถือลุยทดสอบ"5จี"

กรุงเทพธุรกิจ ไม่เชิงว่า 2 รัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมไทยจะตกขบวนการทดสอบ 5จี เพราะอย่างที่รับรู้กันว่าคลื่นความถี่ที่ "ค่ายมือถือ" ต่างเอามาทดลองทดสอบระบบ 5จีนั้น ต้องขออนุญาตและให้สำนักงาน กสทช.เป็นผู้จัดสรรย่านความถี่มาให้ แต่ยังมี คลื่นบางย่านที่เรียกว่า ใช้บารมีจากเจ้าของคลื่น เดิม คือ บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม ในการเดินหน้าทดสอบ 5จีดังกล่าว
          ภาพนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อโมเดลการทดลองทดสอบคลื่นความถี่ 5จี ของ "ดีแทค" ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ ต้นเดือนที่ผ่าน แม้จะมาช้ากว่าอีก 2 ค่ายที่เหลือ แต่ก็นับได้ว่า ดีแทคเลือกทีโอทีและกสทฯ เป็นผู้นำในการช่วยทดลอง 5จีในครั้งนี้
          พร้อมเป็นหน่วยงานกลาง
          ทีโอทีร่วมมือ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) สร้างสรรค์นวัตกรรมเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของคนไทยในยุค ดิจิทัล เตรียมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เทคโนโลยีการสื่อสารยุค 5จี ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของ ทีโอที คือ 1. สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า 2.ให้บริการอย่างมีคุณภาพ เพื่อคุณภาพชีวิต ที่ดีของคนไทยและ 3. เป็นกลไกสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมไทยสู่ยุคดิจิทัล
          สำหรับโครงการทดสอบการใช้งาน 5จีเทสต์เบสนั้น ทีโอที จะนำเสาอัจฉริยะ หรือสมาร์ทโพล (Smart pole) ซึ่งเป็นเสาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุค 5จี ที่ออกแบบให้ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน (อินฟราสตรักเจอร์ แชริ่ง) โดยเชื่อมกับอุปกรณ์สื่อสารทุกรูปแบบ ทั้งอุปกรณ์สื่อสาร 5จี, อุปกรณ์กระจายสัญญาณไวไฟ, กล้องวงจรปิดซีซีทีวี รวมถึงไอโอที ทั้งนี้ เสาอัจฉริยะนี้จะถูกนำไปทดสอบ 5จี ในพื้นที่ตามที่ได้รับอนุญาตจากกสทช.
          ดันเสาอัจฉริยะปูพรม5จี
          ปัจจุบันมีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อประโยชน์ในภาพรวมของประเทศในการเข้าสู่ 5จีซึ่งใช้คลื่นความถี่สูงย่าน 26-28 กิกะเฮิรตซ์ โดยคลื่นย่านความถี่สูงที่จะนำมาใช้งานนั้นมีการกระจาย สัญญาณได้ในระยะสั้น จึงจำเป็นต้องขยายเสาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นกว่าการให้บริการด้วยคลื่นที่ใช้ในปัจจุบันถึง 40 เท่า โดยจะต้องสร้างสถานีฐานเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 40-50 เท่า ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือในการเข้าสู่ 5จี
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ทีโอที  กล่าวย้ำว่า ปัจจัย ที่สำคัญคือการมีหน่วยงานกลางที่ดูแล เสาอัจฉริยะ ซึ่งจะทำให้การขยายสัญญาณ 5จี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสส่งเสริมผู้ให้บริการรายใหม่ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นธรรม และเท่าเทียมได้มากขึ้น เป็นประโยชน์ในภาพรวมของประเทศในการเข้าสู่ 5จี รวมถึงเป็นการลดต้นทุนของประเทศในการติดตั้งซ้ำซ้อน ลดระยะเวลาในการติดตั้งโครงข่าย ทำให้สามารถขยายได้ครอบคลุมเร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญสามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีขั้น พื้นฐานได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
          วางระบบเซ็นเซอร์จับฝุ่น
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า ข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศจากการทดสอบที่ได้จัดเก็บไว้แบบเรียลไทม์ด้วยระบบคลาวด์ ผ่านเซ็นเซอร์ในพื้นที่แต่ละแห่งนั้น เมื่อใช้งานโครงข่าย 5จีจะสามารถยกระดับจากไอโอที ติดตั้งเซ็นเซอร์จำนวนมากได้เพิ่มขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น และยังสามารถนำมาออกแบบสู่แหล่งข้อมูลกลางที่นำเก็บค่าดัชนีคุณภาพอากาศจากทุกพื้นที่นำมาประมวลผลร่วมกันเป็นบิ๊กดาต้าบนคลาวด์ที่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศของไทยมาตรฐานกว่าที่เคยมีรายงานมาก่อน
          ทั้งนี้  กสทฯ ได้นำโครงการ "PM2.5 Sensor for All" วัดค่าคุณภาพอากาศ มาร่วมทดสอบกับดีแทค ซึ่งปัจจุบันมลพิษทางอากาศเป็นปัญญาใหญ่โดยเฉพาะเมืองใหญ่ต่างๆ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว กสทฯ ได้คำนึงถึงความสำคัญต่อคุณภาพอากาศ จึงได้ร่วมทดสอบบริการจริง (Use case) จากโซลูชั่นเซ็นเซอร์ไอโอที วัดค่าคุณภาพอากาศแบบเจาะจงพื้นที่และรายงานผล เรียลไทม์ (Real time) ในระยะแรกได้ติดตั้งอุปกรณ์ 20 แห่งรอบบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อการทดสอบ
          ชูข้อมูลผ่านไอโอทีคลาวด์
          โดยโซลูชั่นวัดค่าคุณภาพอากาศจะทำงานผ่านโครงข่ายลอร่า ซึ่งเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยคุณสมบัติโครงข่ายที่กสทฯออกแบบการทำงานสำหรับไอโอที มีจุดเด่น ในการรับ-ส่งข้อมูลได้ในระยะไกล 5-15 กิโลเมตร ใช้พลังงานในช่วงรับ-ส่งข้อมูลค่อนข้างต่ำ โดยเซ็นเซอร์จะวัดค่าคุณภาพอากาศเป็นมูลส่งมาจัดเก็บบนไอริส คลาวด์  และมีระบบรักษาความปลอดภัยของการแบ็กอัพข้อมูลที่ได้รับมาตรฐานสากล และผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้ด้วยตัวเอง
          การทดสอบดังกล่าวจะสามารถพัฒนาสู่รูปแบบทางธุรกิจ เช่น หน่วยงานหรือบริษัทต้องการนำข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศซึ่งรายงานผ่านระบบคลาวด์ไปออกแบบใช้งานด้านปรับปรุงคุณภาพอากาศต่างๆ บนแอพพลิเคชัน หรือภาครัฐสามารถออกแบบป้องกันค่าฝุ่นละอองได้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากพื้นที่การทดสอบที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว กสทฯยังมีแผนที่จะติดตั้งทดสอบเพิ่มตาม โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า หรือที่ต้องการความปลอดภัยด้านชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
          พันธกิจหลักต้องการเป็นตัวกลางในการดูแลทรัพย์สินเพื่อปูทางไปสู่การพัฒนา 5จี มนต์ชัย หนูสง