"ดีแทค" ผนึก "ทีโอที-CAT" ลุยทดสอบ 5G

ดันแผนจัดสรรคลื่นความถี่ก่อนประมูล
          ดีแทค ร่วมกับพันธมิตรทีโอที และ CAT เปิดสนามทดสอบ Dtac 5G นำร่องพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ ศรีราชา และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อทดสอบการใช้งานจริง (Use case) ภายใต้การสนับสนุนอุปกรณ์จากอีริคสัน หัวเว่ย และโนเกีย พร้อมแนะภาครัฐจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ (Spectrum Refarming) ทั้งย่านสูง-กลาง-ต่ำ และระบุช่วงเวลาจัดสรรชัดเจน เพื่อทำให้ 5G ของไทยเกิดเร็วขึ้นและมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
          สำหรับเทคโนโลยีโครงข่ายความเร็วสูง 5G ถือได้ว่ามีการพูดถึงกันระยะหนึ่งแล้ว โดยบางประเทศเริ่มกำหนดแผนงานสำหรับรองรับระบบ 5G และมีการทดลองระบบ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา หรือทางยุโรป คำถามคือ 5G จะมาไทยเมื่อไร ซึ่งในงานแถลงข่าว "เส้นทาง สู่ 5G ไทยอย่างยั่งยืน" สัปดาห์ก่อน ที่จัดขึ้นโดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค นำโดย "อเล็กซานดรา ไรช์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค พร้อมให้เกียรติร่วมงานโดย "วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา" รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), "ดร. มนต์ชัย หนูสง" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที และ "พันเอก ดร. สรรพชัย หุวะนันท์"กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT) ได้ร่วมกล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจถึงการปูทางไทยสู่ 5G ด้วยคลื่นความถี่ และ "การทดสอบหรือยูสเคส" ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโดยความร่วมมือของ ดีแทค-ทีโอที-CAT พร้อมชี้ ปัจจัยสำคัญที่จะไม่ทำให้ประเทศไทยตกขบวน 5G
          วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า "ประเทศไทยจะต้อง ไม่ล้าหลัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้ ทั้งระบบคลื่นความถี่ ผู้ประกอบการ พร้อมเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี 5G ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง IoT (Internet of Things), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ (Robotic) ระบบ คลาวน์(Cloud Computing) ผสานกับ 5G ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมในประเทศ"  ด้าน อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคกล่าวว่า "ดีแทคเสนอ 5G ต้องมีการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในส่วนการพัฒนาจัดสร้างและใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน 5G รวมไปถึงการพัฒนาไปสู่ธุรกิจการบริการในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาวและช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจและประเทศไทย การขยับจาก 4G เป็น 5G เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพื่อรองรับ แอปพลิเคชันใหม่ หรือตอบสนองแค่ดูหนังฟังเพลงที่เร็วยิ่งขึ้น แต่ 5G จะทำให้เข้าใกล้โลกแห่งอนาคตด้วยการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ ประสิทธิภาพความเร็วของข้อมูลมีอัตราสูงขึ้น คลื่นความถี่จะต้องการใช้งานทั้งย่านสูง กลาง ต่ำ จึงต้องให้ความสำคัญกับแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ชัดเจน ก่อนที่จะเปิดประมูล รวมไปถึงข้อกฎหมายที่จะต้องยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย เพื่อปลดล็อคและสนับสนุนบริการ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อไปในอนาคต"
          ดีแทคเตรียมใช้โดรน5Gจัดการแปลงเกษตรใหญ่
          ดีแทคได้จัดทำโซลูชั่น "ฟาร์มแม่นยำ" เพื่อเตรียมพร้อมสู่ 5G ที่สามารถปลดล็อกมูลค่ามหาศาลให้แก่เกษตรกรของประเทศไทยได้ ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าการทำเกษตรกรรมยุคใหม่จะต้องใช้ประโยชน์ของดิจิทัลและความสามารถของ 5G มาต่อยอดเพื่อทำรายได้ เพิ่มมากขึ้น และยังเตรียมยกระดับสู่โซลูชั่นฟาร์มแม่นยำ (Precision Farming) แบบเรียลไทม์  ด้วยการใช้โดรน 5G ต่อไป ดร.เอก จินดาพล ผู้อำนวยการและผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายกลยุทธ์เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร ดีแทค กล่าวเสริมว่า "ดีแทคเตรียมความพร้อมไปสู่ 5G โดยจะเตรียมวางแผนทดสอบระบบ 5G ในการบริหารจัดการแปลงเกษตร โดยจะใช้โดรนทำหน้าที่ ฉีดพ่นปุ๋ยและสารอาหารที่จำเป็นให้กับพืช โดยเฉพาะใน แปลงปลูกขนาดใหญ่มากกว่า 50 ไร่ขึ้นไป ซึ่งจะใช้คลื่นย่าน ความถี่ต่ำเพื่อครอบคลุมสัญญาณทุกพื้นที่ในแปลงปลูก และคลื่นความถี่สูงเพื่อควบคุมความแม่นยำของโดรน ผู้สั่งจะสามารถเห็นภาพแบบเรียลไทม์ เช่น สีของใบ อุณหภูมิของดิน สภาพอากาศ เป็นต้น ทำให้ผู้สั่งสามารถสั่งผู้ใช้งานโดรนให้ฉีดพ่นปุ๋ยเฉพาะจุดได้"
          ทั้งนี้ การทดสอบการใช้งานจริงจะอยู่ในแปลงสาธิตระบบปิดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะนำมาทดลองในแปลง สภาพแวดล้อมจริง โดยการทดสอบจะคำนึงถึงข้อจำกัดและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อศึกษาการที่จะต้องสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้งานจริงจังได้ในภาคการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงสนับสนุนให้อนุญาตเข้าไปติดตั้งระบบอุปกรณ์โครงข่ายพื้นฐานในอาคารหรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อให้ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมได้คุ้มค่าและมีความเป็นไปได้ ในทางปฏิบัติ
          CAT วางระบบจับฝุ่น PM 2.5 ดันนโยบายควบคุมมลพิษ
          บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)  ได้นำโครงการ "PM2.5 Sensor for All" วัดค่าคุณภาพอากาศ มาร่วมทดสอบกับดีแทค ซึ่งปัจจุบันมลพิษทางอากาศเป็นปัญญาใหญ่โดยเฉพาะเมืองใหญ่ต่างๆ จากรายงานคุณภาพอากาศพบว่าค่า ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่เกินระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จนติดอันดับหนึ่งในสิบเมืองค่า ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานของโลก
          "พันเอก ดร. สรรพชัย หุวะนันท์" กล่าวว่า CAT เลือกทดสอบประเด็นร้อน คือเรื่องมลพิษทางอากาศ ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า "PM2.5 Sensor for All" โดยเอาระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศเข้ามาร่วมทดสอบกับ Dtac 5G เบื้องต้น ติดตั้งอุปกรณ์รอบบริเวณจุฬาฯ โซลูชั่นวัดค่าคุณภาพอากาศจะทำงานผ่านโครงข่าย LoRa ซึ่งเชื่อมต่ออุปกรณ์ของ โครงข่าย CAT โดยเซ็นเซอร์จะวัดค่าคุณภาพอากาศ แล้วส่งข้อมูลกลับมาทางมอนิเตอร์ เก็บไว้แบบเรียลไทม์ด้วยระบบคลาวน์ เพื่อวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองสำหรับ ตรวจดูแหล่งของมลพิษเหล่านั้น รวมไปถึงดูเรื่องของการแพร่กระจาย เพื่อที่จะได้กำหนดนโยบายต่างๆ ในการควบคุมมลพิษ ป้องกันค่าฝุ่งละอองที่แม่นยำขึ้น รวมถึงปรับปรุงคุณภาพต่างๆบนแอปพลิเคชันต่อไป
          ทีโอที เพิ่มเสาอัจฉริยะรวมทุกดิจิทัลเซอร์วิส
          "ดร.มนต์ชัย หนูสง" กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องมีโครงข่าย 5G เพื่อให้ประเทศอื่นเห็นว่าไทยมีความพร้อมอย่างน้อยที่สุดคือเรื่องโครงสร้าง พื้นฐานในการขนส่งข้อมูล และที่สำคัญธุรกิจ 5G ควรจะเกิดขึ้นในไทยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน EEC ถ้าเกิดขึ้นได้จะเป็นหัวรถจักรที่จะดึงเศรษฐกิจประเทศต่อไปได้อีก 20-30 ปี
          ขณะนี้ถือว่าทีโอทีพร้อมเป็นหน่วยงานกลางลงทุนและดูแลโครงข่าย 5G ของประเทศ ซึ่งในการทดสอบการ ใช้งาน 5G Testbed ใน 2 ย่านความถี่ คือ 3.5 GHz และ 26 GHz ก็ได้มีการนำเอา "เสาอัจฉริยะ" หรือ "สมาร์ทโพล" ที่ออกแบบให้ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน โดยจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์สื่อสาร 5G, อุปกรณ์กระจายสัญญาณ WiFi, กล้องวงจรปิด CCTV, ไฟฟ้า, EV Charging Station จอดิสเพลย์ รวมไปถึง IoT โดยเสาดังกล่าวได้เตรียมนำไปทดลองใน3พื้นที่นำร่องซึ่งได้รับอนุญาตจาก กสทช. แล้ว และจะทำการเพิ่มสถานีฐานอีกอย่างน้อย 40-50 เท่าทั่วประเทศ อันจะช่วยทำให้การขยายสัญญาณ 5G และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยลดต้นทุนของประเทศในการติดตั้งซ้ำซ้อน ขยายได้ ครอบคลุมเร็วขึ้น และท้ายที่สุดประชาชนก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานอย่างรวดเร็วทั่วถึงมากขึ้น
          นอกจากนั้น ความร่วมมือจะเป็นหลักสำคัญในการทำให้เกิด 5G ในประเทศไทย ดีแทคชูความร่วมมือกับ ทุกภาคส่วนจะเป็นจุดสำคัญในการแจ้งเกิด 5G ในไทย โดยดีแทคได้ร่วมมือทดสอบ 5G ระหว่าง 3 องค์กร คือ ดีแทค ทีโอที และ CAT ในส่วนของ 1. การใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resource sharing) ทั้งอุปกรณ์โครงข่ายและคลื่นความถี่ต่างๆ 2.การนำความรู้มาร่วมกัน (Knowledge sharing) โดยการนำความรู้ความเชี่ยวชาญโทรคมนาคมของแต่ละฝ่ายมาแบ่งปันและต่อยอดการทดสอบร่วมกัน และ 3. การแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน (Experience sharing) ทำให้แต่ละฝ่ายไม่ต้องเริ่มต้นใหม่แต่สามารถ นำประสบการณ์ที่ได้มารวมกันเพื่อพัฒนาไปข้างหน้า รวมถึงศึกษาถึงข้อจำกัดและอุปสรรคทั้งในด้านเทคโนโลยี และระเบียบข้อกฎหมายต่างๆ
          ทั้งนี้ ดีแทคได้เดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือต่างๆ กับทางสำนักงาน กสทช. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเปิดสนามทดสอบ 5G ทั้งพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและพื้นที่ EEC ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา เพื่อทดสอบการใช้งานจริง (Use case) และต่อยอดสู่การนำมาใช้ให้บริการเชิงพาณิชย์ต่อไป

          บรรยายใต้ภาพ 
          อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค
          ผนึกกำลังทดสอบ 5G  - นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค และพันเอก ดร. สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท โทรคมนาคม พร้อมด้วย ดร. มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ประกาศความร่วมมือที่จะร่วมกันนำจุดแข็งแต่ละองค์กรมาร่วมกันทดสอบ 5G
--จบ--

          --ข่าวสด ฉบับวันที่ 9 เม.ย. 2562 (กรอบบ่าย)--