ศธ.เล็งใช้บิ๊กดาต้าพัฒนาระบบการเรียนการสอนอาชีวศึกษา จังหวัดชายแดนภาคใต้ หวังสร้างแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดปัจจุบัน-อนาคต อย่างยั่งยืน

บิ๊กน้อยเผยความคืบหน้าขับเคลื่อน บิ๊กดาต้าอาชีวศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดให้ใช้บริการแล้ว โดยมีบริษัทกว่า 1.2 แสนบริษัทลงทะเบียนต้องการกำลังคนกว่า 3 แสนอัตรา คาดอนาคตสามารถวางแผนสร้างแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่สามารถ ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล
          พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพในภาคต่างๆ ให้สอดคล้องรองรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ริเริ่ม จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคน อาชีวศึกษาในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และได้มีการขยายผลการจัดตั้งไปยังพื้นที่ภาคต่างๆ จนครบทั้ง 6 ภาค โดยได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการที่ทันสมัยใช้ระบบ Big Data ซึ่งออกแบบระบบโดยวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งจะมีประโยชน์ทำให้เกิดข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและทันสมัย ทำให้ทราบข้อมูลได้รวดเร็ว ถูกต้อง สามารถจัดหากำลังคนได้ตรงกับความต้องการได้ทันท่วงที และสามารถวางแผนการผลิตกำลังคนได้ในระยะยาว
          ทั้งนี้ในห้วงปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดเก็บข้อมูลของศูนย์ต่างๆ ทั่วประเทศ และเกิดการปรับหลักสูตรใหม่ที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการในพื้นที่เกิดขึ้นหลายแห่ง อาทิ ในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าได้มีการนำฐานข้อมูลมาผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาด้วย การพัฒนาหลักสูตรใหม่เกิดขึ้น เช่น หลักสูตร ซ่อมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ที่วิทยาลัยกาญจนาภิเษก ปัตตานี เป็นต้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศ และถือเป็นความสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
          พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประโยชน์ของการดำเนินงานด้าน Big Data ศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาภาคใต้ชายแดน ประกอบด้วย ด้านนักเรียน นักศึกษา ส่งผลให้ได้เข้าฝึกงานในสถานประกอบการ ได้เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้เป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจในการศึกษาต่อทางด้านอาชีวศึกษา และสามารถหางานทำหลังจากจบการศึกษา ด้านบุคลากรและครู ยังได้พัฒนาสมรรถนะในการสอนเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้มีการจัดการเรียนการสอนได้ตรงต่อสมรรถนะความต้องการของสถานประกอบการ ด้านสถานศึกษา ทำให้ได้ทราบทิศทางการพัฒนาสมรรถนะ ผู้เรียน ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากสถาน ประกอบการ ได้รับวัสดุครุภัณฑ์จากสถานประกอบการ เพิ่มปริมาณผู้เรียน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่ออาชีวศึกษา และได้พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการ สุดท้าย ด้านสถานประกอบการก็จะได้รับประโยชน์บุคลากรทำงานตรงตามความต้องการ วางแผนขยายการผลิต ผลผลิตได้ด้วยข้อมูลด้านบุคลากร มีการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ลดรายจ่าย ลดระยะเวลาในการจัดทำแรงงาน และสามารถวางแผนธุรกิจในการขยายกิจการได้โดยดูอัตรากำลังคนในระบบ Big data
          ซึ่งนับว่า big data จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" รวมทั้งการพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างแท้จริง ทั้งนี้ความคืบหน้าระบบ Big Data ได้มีการเปิดตัวระบบฐานข้อมูลอาชีวศึกษาอย่างเป็นทางการไปแล้ว ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี ภายใต้ชื่องาน "มหกรรมมิติใหม่ อาชีวศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อาชีวะ ฝีมือชน คนสร้างชาติ" และเปิดระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลกำลังคนอาชีวศึกษา (Big Data System) ของศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาอย่างเป็นทางการ ล่าสุดข้อมูล ณ เดือน ก.พ. มีภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจและบริการ สถานประกอบการ ชั้นนำลงทะเบียนในระบบฐานข้อมูลดังกล่าว 129,341 บริษัท คิดเป็น 100% ของสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยในระยะเวลา 1- 3 ปี มีตัวเลขความต้องการกำลังคน อยู่ที่กว่า 300,000 อัตรา