TRUEแต่งตั้งเอ็มดีร่วมคนใหม่ ปั๊มรายได้ปี 62 โตเลขหนึ่งหลักช่วงกลาง-ปลาย

TRUE แต่งตั้ง "ศิริพจน์ คุณากรพันธุ์"นั่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม)คนใหม่เสริมแกร่งธุรกิจ มีผล 1 มี.ค.62 ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โตเลขหนึ่งหลักช่วงกลาง-ปลาย โชว์กำไรปี 61 โตกระฉูด 1,176% แตะ 7,035 ล้านบาท แม้นไตรมาส 4/61 ขาดทุนสุทธิ 3,000 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลปี 61 หุ้นละ 0.09 บาท
          นายศุภชัย เจียรวรนนท์ ประธานคณะกรรมการบริหร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 262 ที่ผ่านมา ได้มีมติแต่งตั้งนายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการบริหารซึ่งจะยังคงสนับสนุนงานด้านกฎหมาย รัฐกิจสัมพันธ์ และงานด้านการจัดซื้อ
          พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งนายศิริพจน์ คุณากรพันธุ์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่(ร่วม) รับผิดชอบงานสายปฏิบัติการครอบคลุมถึงระบบงานปฏิบัติการเครือข่ายระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ  และงานบริหารกลุ่มพันธมิตรและผู้ให้บริการระหว่างประเทศรวมทั้งดูแลหน่วยงานสนับสนุนองค์กรโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2562 ขณะที่นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่(ร่วม) ยังคงดูแลงานบริหารงานด้านธุรกิจพาณิชย์
          "การปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มทรูในครั้งนี้เป็นไปตามแผนงาน Succession Plan ที่วางไว้ ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะทำให้การบริหารงานของกลุ่มทรูมีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมทั้งจะทำให้กลุ่มทรูสามารถสร้างเสริมประสิทธิภาพทั้งด้านโครงข่ายและการให้บริการลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น" นายศุภชัย กล่าว
          โดยนายศิริพจน์ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มทรูมานานกว่า 27 ปี เคยดำรงตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ ธุรกิจโมบายล์และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านการบริหารจัดการระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในความสำเร็จด้านการทำการตลาดเจาะในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ
          ด้านนายวิลเลี่ยม แฮริส หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน TRUE กล่าวว่า ในปี 2562 กลุ่มทรูตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการโดยรวมในอัตราเลขหนึ่งหลักช่วงกลางถึงช่วงปลาย (mid to high single-digit growth)ซึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้ร่วมกับกลยุทธ์และมาตรการดังกล่าวข้างต้น น่าจะส่งผลให้กลุ่มทรูสามารถรายงานผลกำไรได้ในปี 2562 ทั้งนี้กลุ่มทรูคาดว่าจะใช้งบลงทุน(ที่เป็นเงินสด) ไม่รวมการชำระค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ในช่วงระดับ 40,000 ล้านบาท
          ส่วนผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 บริษัทคาดว่าการเติบโตของรายได้จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ใกล้เคียงกับการเติบโตในไตรมาสก่อนๆ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการในระดับเลขหนึ่งหลักช่วงกลางถึงปลาย
          สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2561 กลุ่มทรูมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,176% จากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 551 ล้านบาท เนื่องจากการเติบโตของรายได้และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) การบริหารค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลิตภาพ รวมถึงกำไรจากการขายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF 
          ขณะเดียวกันในปี 2561 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการโดยรวมอยู่ที่ 101,788 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 97,025 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้และฐานลูกค้าของธุรกิจหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
          โดยรายได้จากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทรูมูฟ เอช อยู่ที่ 72,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 67,885 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการให้บริการของทรูออนไลน์ อยู่ที่ 36,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% จากปีกอ่น ทีมีรายได้อยู่ที่ 32,186 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการของทรูวิชั่นส์ อยู่ที่ 13,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 12,205 ล้านบาท
          ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2561 กลุ่มทรูมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,125 ล้านบาท และไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 385 ล้านบาท และมีรายได้จากการให้บริการโดยรวมอยู่ที่ 24,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนทีมีรายได้อยู่ที่ 24,805 ล้านบาท แต่ละดลง 5.6% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 26,320 ล้านบาท
          นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 2561 ในอัตราหุ้นละ 0..09 บาท โดยกำหนดขึ้้นเครื่องหมาย XD (ซื้อหุ้นไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล) ในวันที่ 14 มี.ค. 2562 และกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 29 พ.ค. 2562