“บิ๊กตู่” เร่งดีอี จี้ CAT ปิดดีลซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH ในสัดส่วน 41.14% ก่อนหมดวาระ

 “บิ๊กตู่” เร่งดีอี จี้ CAT ปิดดีลซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH ในสัดส่วน 41.14% ก่อนหมดวาระ ฟากแหล่งข่าววงการโทรคมฯ เผย CAT เดินหน้าเจรจา INTUCH ซื้อในราคาหุ้นละ 8.20-8.50 บาท หวังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ นำรายได้ค่าเช่าเสา-อุปกรณ์โทรคมฯ-ค่ายุติข้อพิพาทกับคู่สัญญาสัมปทาน DTAC-TRUE มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท จ่ายค่าหุ้น
          ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายสั่งการไปที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งดำเนินการให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM จากบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้น THCOM จำนวน 450,870,934 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 41.14% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ให้แล้วเสร็จก่อนหมดวาระ
          โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ที่ต้องการให้กิจการดาวเทียมดำเนินการโดยคนไทย หลังจากกองทุนเทมาเสกจากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ INTUCH ต้องการขายหุ้นของ THCOM ที่ INTUCH ถือหุ้นอยู่ดังกล่าวมาโดยตลอด เนื่องจากไม่ได้สนใจในกิจการดาวเทียม และต้องการถือหุ้นในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ INTUCH ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 40.45% เป็นหลัก
          แหล่งข่าววงการโทรคมนาคม เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ CAT ยังคงเดินหน้าเจรจาซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH เบื้องต้นมีการเสนอราคาซื้อขายกันอยู่ที่หุ้นละ 8.20-8.50 บาท จากต้นทุนที่ INTUCH เข้าไปลงทุนหุ้น THCOM อยู่ที่หุ้นละ 8 บาท
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากจำนวนหุ้นที่ INTUCH ถืออยู่ใน THCOM ดังกล่าว ทำให้ CAT จะต้องใช้เงินก้อนแรกประมาณ 3,697-3,832 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH หลังจากนั้น หาก CAT ทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ THCOM เป็นจำนวนทั้งสิ้น 645,231,020 หุ้น (ราคาเดียวกัน) ทำให้ CAT ต้องใช้เงินอีก 5,290-5,484 ล้านบาท เท่ากับว่าหาก CAT ซื้อหุ้น THCOM ทั้งหมด ต้องใช้เงินประมาณ 8,900-9,300 ล้านบาท
          สำหรับเงินที่จะนำไปซื้อหุ้นดังกล่าว จะใช้เงินของ CAT ที่มีรายได้จากค่าเช่าเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์โทรคมนาคม รวมถึงการยุติข้อพิพาทกับคู่สัญญาสัมปทานมือถือ ทั้งบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังมีรายได้จากการทำธุรกิจร่วมกันอีกปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท
          โดยจากการสำรวจสถานะทางการเงิน THCOM สิ้นปี 2561 พบว่า THCOM มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 22,202.08 ล้านบาท มีหนี้สินรวมอยู่ที่ 9,065.02 ล้านบาท มีกำไรสะสมอยู่ที่ 2,936.70 ล้านบาท มีกระแสเงินสดและเทียบเท่าเงินสด 2,830.23 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 13,137.06 ล้านบาท ดังนั้นหาก CAT เจรจาซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH สำเร็จ จะทำให้ CAT มีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น
          ขณะเดียวกัน THCOM จัดส่งและให้บริการดาวเทียมไทยคมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 8 ดวง ได้แก่ ดาวเทียมไทยคม 1 ไทยคม 2 ไทยคม 3 (ดาวเทียมไทยคม 1-3 ปลดระวางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ดังนั้นปัจจุบัน THCOM มีการให้บริการดาวเทียมไทยคมอยู่จำนวน 5 ดวง ได้แก่ ไทยคม 4 ไทยคม 5 ไทยคม 6 ที่เป็นดาวเทียม ภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระยะเวลา 30 ปี สิ้นสุดสัญญาปี 2564
          ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 จัดส่งขึ้นสู่วงโคจรเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2559 โดย 2 ดวงนี้อยู่ภายใต้กรอบของการรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นเวลา 20 ปี นับจากวันที่ 26 มิ.ย. 2555-25 มิ.ย. 2575
          ขณะที่กระทรวงดิจิทัลฯ แจ้งว่าดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ทำให้ INTUCH ยื่นเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาชี้ขาดในประเด็นดังกล่าว และปัจจุบันข้อพิพาทนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ
          นอกจากนี้ ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลฯ รับมอบอำนาจจาก ครม.ไปดำเนินคดีโดยกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการและหรือกระบวนการทางศาล เพื่อเรียกร้องให้ THCOM และ INTUCH ปฏิบัติตามข้อสัญญา ชำระค่าตอบแทนต่าง ๆ ตามสัญญา ชำระค่าปรับ และค่าเสียหายต่าง ๆ จำนวน 199.88 ล้านบาท
          สำหรับความเคลื่อนไหวของการซื้อขายและราคาของหุ้น INTUCH และ THCOM วานนี้ (20 ก.พ. 2562) พบว่า ราคาหุ้น INTUCH เปิดตลาดที่ระดับ 54.50 บาท ทำราคาสูงสุดของวันที่ 54.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 53.50 บาท และปิดตลาดที่ระดับ 54.25 บาท ปรับลดลง 0.25 บาท หรือลดลง 0.46% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 927.10 ล้านบาท
          ขณะที่ THCOM เปิดตลาดที่ระดับ 7.25 บาท ทำราคาสูงสุดของวันที่ 7.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 7.10 บาท และปิดตลาดที่ระดับ 7.40 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.35 บาท หรือเพิ่มขึ้น 4.96% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 17.50 ล้านบาท