"หัวเว่ย" สงครามการค้าไม่สิ้นสุด

กรุงเทพธุรกิจ แม้อยู่ในช่วงสงบศึกรอเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีน 2 มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก แต่รัฐบาลวอชิงตันไม่รามือง่ายๆ นิตยสารโพลิติโก รายงานอ้างแหล่งข่าว 3 ราย ระบุสัปดาห์หน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ห้ามระบบไร้สายสหรัฐใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจีน
          แหล่งข่าวเผยว่า รัฐบาลทรัมป์มี แผนเผยคำสั่งก่อนงานเอ็มดับเบิลยูซี บาร์เซโลนา การประชุมใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะเริ่มต้นขึ้น ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ เพื่อส่งสัญญาณ ถึงความสำคัญของความมั่นคงไซเบอร์ในการทำสัญญาเกี่ยวกับเทคโนโลยีไฮเอนด์ในอนาคต แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเผยกับโพลิติโกว่า เชื่อกันว่าขณะนี้กำลังมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รุ่นหน้า ที่เรียกกันว่า 5จี ทางการสหรัฐจึงต้องการจัดระเบียบด้านความปลอดภัย
          หลายประเทศจึงแข่งกันสร้างและใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย 5จี ที่ทำให้การสื่อสารรวดเร็วและส่งข้อมูลได้ปริมาณมาก บริษัทจีนรายใหญ่ทั้งหัวเว่ยและแซดทีอี ต่างรุกแข่งขันในเทคโนโลยีนี้
          ก่อนหน้านี้สหรัฐเคยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงแห่งชาติไม่ใช้อุปกรณ์ของจีน อ้างว่าฮาร์ดแวร์จากบริษัทแดนมังกรอาจเป็นช่องทางให้รัฐบาลปักกิ่งเข้าถึง เครือข่ายสหรัฐได้
          หัวเว่ย บริษัทผลิตอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่สุดของโลก ถูกห้ามขายสินค้าในสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2555 รัฐบาลอ้างว่ากังวลเรื่องความปลอดภัย ขณะที่จีนและหัวเว่ยปฏิเสธตลอดมาว่าฮาร์ดแวร์หัวเว่ยไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคง
          'ทรัมป์' ยังไม่พบ 'สี'
          ส่วนการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐกับจีนนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์เผยเมื่อวันพฤหัสบดี (7 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาจะไม่พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนเส้นตายบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันในวันที่ 2 มี.ค.
          ความเห็นของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลรายหนึ่ง เผยว่าเป็นไปได้มากว่าการพบกันระหว่างผู้นำทั้งสองไม่น่า จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
          ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดว่าทรัมป์กับสีต้องเจอกันสักวัน เพราะมีงานให้ต้อง ทำอีกมากกว่าจะทำข้อตกลงกับจีนได้ และต้องเตรียมการเจรจาระหว่างทรัมป์กับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ใน วันที่ 27-28 ก.พ.
          แหล่งข่าวเผยว่า ทรัมป์กับสีอาจพบกันหลังจากวันที่ 2 มี.ค.ไม่นาน สอดคล้องกับที่เจ้าตัวย้ำในวันพฤหัสบดีว่า จะไม่พบกันก่อนเส้นตาย 2 มี.ค.
          ด้านทำเนียบขาวก็ไม่อยากนำประเด็นจีนกับเกาหลีเหนือไปปะปนกัน แม้ว่ารัฐบาลปักกิ่งอยากให้ทรัมป์และสีพบกันทันทีหลังประชุมสุดยอดกับคิมก็ตาม  เจ้าหน้าที่รัฐบาลค่อนข้างระมัดระวังเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่นิ่ง และการประชุมจะเกิดขึ้นหรือไม่ต้องดูหลังจากตัวแทนสหรัฐเดินทางไปกรุงปักกิ่งในสัปดาห์หน้า
          ลาร์รี คัดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทรัมป์ คาดว่า ทรัมป์กับสีจะต้องพบกัน แต่เป็นเมื่อใดที่ไหนนั้นยังไม่แน่
          โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ตัวแทนการค้า สหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) กล่าวว่า เขาและสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะทำข้อเสนอต่อทรัมป์ว่าเห็นชอบประชุมกับผู้นำจีนหรือไม่ หลังจากทั้งสองกลับจากปักกิ่งสัปดาห์หน้า
          คำถามตอนนี้คือภาษีมหาศาลเก็บจากสินค้าจีนที่จะเพิ่มขึ้น 2 เท่าโดยอัตโนมัติ หลังวันที่ 1 มี.ค.จะเป็นอย่างไร แหล่งข่าว วงใน 4 รายเผยว่าน่าจะคงเอาไว้ที่อัตรา 10% เหมือนเดิม
          ประเด็นนี้ไลท์ไฮเซอร์กล่าวว่า ใน ข้อตกลงใหญ่จีนน่าจะขอให้สหรัฐยกเลิกภาษีทั้งหมด แต่ไม่ให้ความเห็นว่า อะไรจะเกิดขึ้นหากทั้งสองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้ ภายในวันที่ 2 มี.ค.
          ขณะที่แหล่งข่าวทั้ง 3 มองว่าสหรัฐอาจใช้แผนกลับสู่ภาวะปกติ ยกเลิกภาษีบางตัวแต่ก็อาจจะเรียกเก็บใหม่หากจีนไม่ทำแบบเดียวกัน