ADVANCแจกปันผล3.30บ.ทุ่ม2.5หมื่นล.ขยายโครงข่าย

 ทันหุ้น- ADVANC แจกปันผลครึ่งหลัง 2561 ที่ 3.30 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ จ่ายวันที่ 18 เมษายน 2562 หลังประกาศผลงานปี 2561 มีกำไร 2.97 หมื่นล้านบาท จากปี 2560 ที่ 3.01 หมื่นล้านบาท รายได้แตะ 1.7 แสนล้านบาทขณะที่คาดรายได้ปี 2562 โตเลขเดียวระดับกลาง ยันรักษา EBITDA ใกล้เคียงปีก่อนที่ 43.4% พร้อมอัดฉีดงบลงทุน 2-2.5 หมื่นล้านบาท ลุยขยายโครงข่ายต่อเนื่อง
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงานปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2.97 หมื่นล้านบาท เทียบจากปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 3.01 หมื่นล้านบาท ขณะที่ประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2561 ในอัตรา 3.30 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ กำหนดจ่ายในวันที่ 18 เมษายน 2562 ขณะเดียวกันบริษัท ยังคงนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของ กำไรสุทธิ
          รายได้แตะ 1.7 แสนล.
          สำหรับรายได้รวมปี 2561 อยู่ที่ 169,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% เทียบกับปีก่อน จาก การเติบโตของรายได้การให้บริการ การรวมรายได้ของ CSL จากการควบรวมกิจการ และรายได้ ค่าเช่าเครื่องและอุปกรณ์จากการเป็นพันธมิตรกับทีโอที
          ขณะที่รายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 144,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% เทียบกับปีก่อน หากไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและค่าเช่าเครื่องและอุปกรณ์ รายได้การให้บริการหลักจะอยู่ที่ 133,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เทียบกับปีก่อนตามกรอบที่คาดการณ์ไว้จากการใช้งาน 4G ที่สูงขึ้นและจำนวนลูกค้าธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้น
          ขณะที่รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 124,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% แม้ยังคงมีแรงกดดันจากการแข่งขันทางด้านราคา ในขณะที่การใช้งานดาต้ายังคงเพิ่มขึ้นเป็น 11 กิกะไบต์ต่อเลขหมายที่ใช้งานดาต้าต่อเดือน โดยจากการพัฒนาคุณภาพ ด้านเครือข่ายและภาพลักษณ์ของแบรนด์เอไอเอส ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาเอไอเอส มีจำนวนลูกค้า เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านเลขหมาย โดยกว่า 72% เป็นลูกค้าระบบรายเดือน
          ส่วนรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อยู่ที่ 4,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เทียบกับปีก่อน ในปี 2561 เอไอเอส ไฟเบอร์ มีลูกค้าเพิ่มขึ้น 209,300 ราย ทำให้ในปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าทั้งหมด 730,500 ราย จากการแข่งขันด้านราคาและการให้ส่วนลดเพื่อรักษาฐานลูกค้า ทำให้ในไตรมาส 4/2561 ARPU อยู่ที่ 574 บาท ลดลงจาก 635 บาท ในไตรมาส 4/2560
          ทุ่มงบ 2.-2.5 หมื่นล.ลุย 5G
          อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่าในปี 2562 รายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตของทุกธุรกิจ โดยจะมีการลงทุนขยายโครงข่ายต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโต โดยรวมคาดว่าอัตรากำไร EBITDA (คำนวณจาก EBITDA หารด้วยรายได้รวม) ในปี 2562 จะใกล้เคียงกับปีก่อน (ปี 2561 มี EBITDA Margin อยู่ที่ 43.4%)
          ทั้งนี้ ด้วยปัจจุบันที่เอไอเอสมีคลื่นความถี่หลากหลายในย่าน 900/1800/2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อพร้อมรองรับการเติบโตของ 4G/3G จึงตั้งงบลงทุนสำหรับปี 2562 ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 20,000-25,000 ล้านบาท สำหรับเสริมความจุของ 4G เป็นหลัก โดยคำนึงถึงรูปแบบของการใช้งานโครงข่าย 5G ในอนาคต และเน้นรักษาสมดุลระหว่างการลงทุนและการสร้างผลตอบแทน ทั้งนี้งบการลงทุนดังกล่าวได้รวมงบสำหรับการขยายธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 4,000-5,000 ล้านบา