องค์กรชะลอลงทุนไอที

ลุ้นเลือกตั้งชี้ทิศเศรษฐกิจไทย ใส่เกียร์ลุยทรานส์ฟอร์มระลอกใหม่
          โพสต์ทูเดย์ - ไอดีซีระบุไตรมาสแรกองค์กรติดเบรกลงทุนไอที ชี้โอเปอ เรเตอร์คึกคักทดลอง 5จี จับตาดีไวซ์ ใหม่บูมสมาร์ทโฮม
          นายวีรเดช พาณิชย์วิสัย ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัยอาวุโส ไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้องค์กรต่างๆ ชะลอการลงทุนเทคโนโลยีไอทีต่างๆ ลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณไม่ดี รวมทั้งรอผลการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย วันที่ 24 มี.ค. 2562 เพราะต้องการรอดูเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่และทิศทางเศรษฐกิจในช่วงหลังเลือกตั้ง ซึ่งจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางบวกมากหรือแค่ไหน
          ทั้งนี้ ไอดีซีประเมินการลงทุนเทคโนโลยีขององค์กรภายในประเทศไทย ที่ต้องทรานส์ฟอร์เมชั่นไปสู่ยุคดิจิทัล คาดว่าการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีการเติบโตจะเป็นตัวเลขหลักเดียว ส่วนแนวโน้มการลงทุนแอสอะเซอร์วิสหรือการใช้บริการของผู้ให้บริการมากกว่าจะเป็นการซื้อฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์มาใช้เอง เพราะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ประกอบกับแอสอะเซอร์วิสมีฟีเจอร์หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่หลากหลาย
          "การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่เทคโนโลยี 5จี ในปี 2563 ทำให้ในขณะนี้เริ่มเห็น ทั้งโอเปอเรเตอร์ 3 ค่ายทรู ดีแทค เอไอเอส หรือกระทั่งกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐาน หัวเว่ย อิริคสัน ก็เริ่มทดลองการใช้งานต่างๆ แล้ว และปลายปีนี้จะเห็นถึงความชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งการทดลองโครงการฟาร์มอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานจริง" นายวีรเดช กล่าว
          อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะสัญญาณไม่ดี และองค์กรหลายแห่งหันมาใช้โอเพ่นซอร์สคือ ซอฟต์แวร์ที่เปิดเผยซอร์สโค้ด ซึ่งสาธารณชนสามารถเข้ามาแก้ไข ดัดแปลงซอฟต์แวร์ได้ เพราะประหยัดต้นทุนและสามารถพัฒนาประสิทธิภาพองค์กรได้รวดเร็ว แต่การใช้โอเพ่นซอร์สยังมีปัจจัยที่ต้องกังวลด้านปัญหาของความปลอดภัย
          ขณะที่ภาพตลาดอุปกรณ์ไอทีในฝั่งของการใช้งานของผู้บริโภคทั่วไป แนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ในภาวะอิ่มตัว โดยเฉพาะเซ็กเมนต์ระดับบนที่มีการเติบโตชะลอตัวลง ไม่ว่าจะเป็นทางไอโฟน หรือซัมซุง ซึ่งมีผลประกอบการที่ลดลง ขณะที่สมาร์ทโฟนเซ็กเมนต์ระดับกลาง กลายเป็นตลาดที่เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ดีไวซ์ที่น่าจับตามองแวร์เอเบิ้ลมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น
          นอกจากนี้ ปีนี้เทคโนโลยีใน สมาร์ทโฮมหรือการใช้งานภายในบ้านจะเติบโตเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานด้วยเสียงของกูเกิล แอสสิเทนต์ (Google Assistant) ซึ่งพบว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะค่อยๆ ซึมเข้าไปในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนไทย สำหรับการก้าวไปสู่การใช้งาน โรโบติกส์ หรือหุ่นยนต์ภายในบ้าน ยังจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับประเทศไทย เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูง