ส่องความคืบหน้า"อีอีซีดี"ศูนย์การลงทุนดิจิทัล

อีกหนึ่งความคืบหน้าของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อยกระดับประเทศไทย คือ การพัฒนาโครงการ
          เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ : อีอีซีดี) ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด อีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ผลักดันเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
          อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ข้อมูลว่า บอร์ดอีอีซีอนุมัติในหลักการพัฒนาอีอีซีดีในพื้นที่ 500 กว่าไร่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ดังนั้น หลังจากนี้ กระทรวงดีอีจะออกหนังสือชี้ชวนการลงทุน ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2562 และจะเริ่มขายซองในวันที่ 25 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งโครงการนี้จะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) โดยการลงทุนเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด เพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการพัฒนาด้านนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งมีระยะเวลาการร่วมทุน 50 ปี โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2564 โดยมีเงินลงทุนรวม 4,342 ล้านบาท คาดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 1.68 แสนล้านบาท
          โครงการนี้จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน และพัฒนาด้านนวัตกรรมดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีธุรกิจมากกว่า 1,580 ราย สร้างงานในระหว่างก่อสร้าง และจ้างงานต่อเนื่องจากอุตสาหกรรม ภาคบริการ โดยเฉพาะในกลุ่มดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมเป้าหมายด้านดิจิทัล ยกระดับความเป็นอยู่ผ่านการพัฒนาเมืองดิจิทัล ภายใต้แนวคิดสมาร์ทซิตี้ ครอบคลุมประชากรกว่า 33,700 คน
          และจะเป็นพื้นที่ในการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ 5G และไอโอที
          ปลัดกระทรวงดีอีกล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงดีอีได้ชักชวนภาคเอกชนมาลงทุนโครงการนี้ และได้รับการตอบรับที่ดีจากต่างชาติที่สนใจ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน ซึ่งโครงการนี้จะรองรับการพัฒนา 5G และไอโอที ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล
          ขณะที่ "คณิศ แสงสุพรรณ" เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ระบุว่า นอกจากอีอีซีดีแล้ว อีอีซียังเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ผ่านการประเมินข้อเสนอ 2.โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก กำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คาดว่าจะได้ผู้ผ่านการประเมินภายในกลางเดือนเมษายน
          3.โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F หลังมีผู้สนใจยื่นข้อเสนอ 1 ราย และไม่ผ่านการประเมินคุณสมบัติ จะประกาศเชิญชวนการคัดเลือกเอกชนอีกครั้งวันที่ 24 มกราคม ขายเอกสารคัดเลือกเอกชนฉบับแก้ไข 28 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ โดยให้เอกชนยื่นข้อเสนอใหม่วันที่ 29 มีนาคม คาดว่าจะได้ผู้ผ่านการประเมินภายในเดือนเมษายน 2562
          4.โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ คาดว่าจะประกาศผู้ผ่านการประเมินภายในเดือนมีนาคมนี้ และ 5.โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภาจะเปิดซองข้อเสนอจากบริษัท Airbus S.A.S. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ และประเมินข้อเสนอแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
          "ทั้ง 5 โครงการจะสามารถนำรายชื่อเอกชนผู้ลงทุนเสนอให้ ครม.รับทราบได้ภายในรัฐบาลนี้และยืนยันว่าการเมืองจะไม่มีผลกระทบต่อตารางการลงทุนให้ล่าช้าออกไป" คณิศกล่าว
          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างแผนผังพัฒนาอีอีซีบนพื้นที่กว่า 8.2 ล้านไร่ เพื่อจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค คาดว่าผังเมืองใหม่ประกาศได้ก่อนวันที่ 9 สิงหาคม 2562
          สำหรับอีอีซีดีได้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการลงทุน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล
          พื้นที่ในโครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ มุ่งเน้นให้เกิดการลงทุน ในอุตสาหกรรมดิจิทัลจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงได้กำหนดสัดส่วนพื้นที่สำหรับนักลงทุนเอกชน 60% ที่พักอาศัย 25% และสถาบันวิจัย 15%
          โดยในเบื้องต้น แบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน 1 พื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลและศูนย์การเรียนรู้ ควบคู่กับการทำงานจริง โซน 2 พื้นที่ลงทุนสำหรับธุรกิจดิจิทัล และโซน 3 พื้นที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ และสิ่งอำนวยความสะดวก
          ทั้งนี้ มีการกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มุ่งเน้นการสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 1.กลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ และชิ้นส่วนดิจิทัล อาทิ คอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบ อุปกรณ์อัจฉริยะ และชิ้นส่วนอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และแขนกล อุปกรณ์เก็บข้อมูล และประมวลผลข้อมูล อุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ในการรับส่งข้อมูล และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัล 2.กลุ่มผู้ผลิต/ให้บริการซอฟต์แวร์ อาทิ คลาวด์ คอมพิวติ้ง, ระบบอัจฉริยะ, แพลตฟอร์มสำหรับการสร้างความรู้ความเข้าใจ, แพลตฟอร์ม อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์, แมทชีน เลินนิ่ง รวมถึงแอพพลิเคชั่น และโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัล สมัยใหม่
          3.กลุ่มผู้ให้บริการดิจิทัล อาทิ ดิจิทัล สตาร์ตอัพ, การจัดการระบบดิจิทัล, โซลูชั่นด้านไซเบอร์, ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, ระบบไซเบอร์แบบเรียลไทม์, การตรวจสอบทางไกล และอื่นๆ 4.กลุ่มผู้ให้บริการข้อมูลดิจิทัล อาทิ ดาต้า เซ็นเตอร์, การวิเคราะห์ข้อมูล, การถ่ายทอดเนื้อหาผ่านอินเตอร์เน็ต, แพลตฟอร์มสำหรับส่งเนื้อหา, ภาพสามมิติ, แอนิเมชั่นที่สมจริง รวมถึงภาพยนตร์ โฆษณา และอื่นๆ 5.กลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสาร/บริการสื่อสาร อาทิ โทรคมนาคม แพร่ภาพกระจายเสียงดาวเทียม และส่วนประกอบ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และอื่นๆ และ 6.กลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ เช่น เครือข่ายสังคมค้าขายออนไลน์, การทำธุรกิจซื้อขายออนไลน์ ผ่านทาง สมาร์ทโฟน การค้าขายสื่อ และอื่นๆ
          อีอีซีดีระยะแรก จะเริ่มก่อสร้างส่วนที่พักอาศัย พื้นที่การเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมดิจิทัล ควบคู่กับการดำเนินการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ในระยะที่ 2 เริ่มดำเนินการก่อสร้างศูนย์กีฬา ห้างสรรพสินค้า ศูนย์ข้อมูล ศูนย์ส่งเสริมธุรกิจ พร้อมทั้งขยายสถานีเคเบิลใต้น้ำ และดำเนินการปรับปรุงสถานีรับส่งสัญญาณดาวเทียม รวมถึงขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจ และในระยะที่ 3 เริ่มดำเนินการก่อสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ และศูนย์นวัตกรรมดาวเทียม
          น่าติดตามว่าโครงการนี้จะสัมฤทธิผลตามเป้าหมายก่อนเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่