"สามารถ"ลั่นปีทอง พลิกธุรกิจ 2 หมื่นล.

ภูวดล โกมลรัตนเสถียร
          การเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์ เมชั่น ทำให้หลายองค์กรธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันต่อกระแสและความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เช่นเดียวกับกลุ่มสามารถที่เตรียมความพร้อมปรับตัวด้านธุรกิจ เพื่อเผชิญความท้าทายในโลกดิจิทัล
          วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตขึ้นจากการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงความ เชื่อมั่นจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ประกอบกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาเทคโนโลยี 5จี ที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจของกลุ่มสามารถเติบโต
          ทั้งนี้ กลุ่มสามารถได้วางแผนธุรกิจในปี 2562 เพื่อให้ปีนี้เป็นปีแห่งการ พลิกฟื้นธุรกิจองค์กร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนใน 4 ขาธุรกิจ เริ่มจากธุรกิจสามารถดิจิทัล หรือกลุ่ม ไอโมบายเดิม หลังจากใช้งบลงทุน 2,000 ล้านบาท ในการสร้างโครงข่ายวิทยุระบบดิจิทัลร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคม (CAT)
          ล่าสุดได้วางโครงข่ายสถานีฐานเกือบ 70% ของพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งเป้าปีนี้มีสมาชิกใช้บริการกว่า 1 แสนราย ส่วนใหญ่ 90% เป็นลูกค้าภาครัฐ เช่น กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การรถไฟฯ และ 10% เป็นภาคเอกชน เช่น ขนส่งเรือ เรือโดยสาร ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตให้กลุ่มสามารถดิจิทัลกลับมาเติบโตได้ในปีนี้
          ขณะที่ธุรกิจไอซีทีโซลูชั่นในกลุ่มสามารถเทลคอม ถือเป็นพระเอกในปีนี้ของกลุ่มไอซีที ที่จะสามารถทำ รายได้และมูลค่างานมือได้สูงสุด จากการเซ็นสัญญาโครงการต่างๆ มากถึง 118 โครงการ อาทิ โครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 7,300 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 6,000 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 5,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ามีมูลค่างานในมือปีนี้กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท
          นอกจากนี้ จากการเข้าสู่ดิจิทัล แบงก์กิ้งทำให้บริษัทได้รับอานิสงส์ในการติดตั้งและพัฒนาระบบสารสนเทศธุรกิจและวางระบบให้กับสถาบันการเงิน ล่าสุดได้เซ็นสัญญากับธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยแล้ว
          ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจสามารถยูทรานส์ได้ปรับธุรกิจเพื่อเอื้อต่อการขยายธุรกิจ ทั้งในส่วนของการควบคุมการจราจรทางอากาศไปยังประเทศกัมพูชา และขยายธุรกิจสายเคเบิลใต้ดิน มีมูลค่าโครงการถึง 1.4 หมื่นล้านบาท รวมถึงเตรียมนำบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
          พร้อมกันนี้จะมีการสร้างบริการ ใหม่ เพื่อโอกาสทางธุรกิจในตลาดใหม่ ในกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ภายใต้บริษัท วันทูวัน คอนแทกส์ โดยชูบริการผ่านระบบเอไอ เช่น ระบบเสียงเอไอ แชตบอต มาให้บริการสอบถามข้อมูลผ่านโซเชียล มีเดีย โดยจะเน้นลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก ส่วนภาคเอกชนจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธนาคารและกลุ่มธุรกิจประกันภัย
          วัฒน์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้จะเป็นปีทองของกลุ่มสามารถ หลังจากเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจตามการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยคาดว่ารายได้รวมของกลุ่มปีนี้จะเติบโตราว 30-40% มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นด้านไอซีทีโซลูชั่น 1 หมื่นล้านบาท ดิจิทัล 4,000 ล้านบาท ยูทรานส์ 4,400 ล้านบาท และวันทูวัน คอนแทคส์ 1,000 ล้านบาท