ILINKลุ้นได้งานสายเคเบิลใต้น้ำที่สมุย2พันล้าน

ILINK มีลุ้นคว้างานสายเคเบิลใต้น้ำเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่า 2,130 ล้านบาท หลังครม.ไฟเขียวแล้ว คาดเปิดประมูลต้นไตรมาส 2/62 หนุนแบ็กล็อกพุ่ง ทยอยรับรู้รายได้ยาวถึงปี 64 พร้อมตั้งเป้าปี 62 มีรายได้ 5,485 ล้านบาท โบรกฯแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท/หุ้น
          นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าไปเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวงเงินรวม 2,130 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ในประเทศ 1,597 ล้านบาท และเงินรายได้ กฟภ. 533 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (2562-2563) เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา คาดว่า กฟภ.มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเปิดประมูลโครงการนี้ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า หรือประมาณต้นไตรมาส 2/2562
          จากนั้นคาดว่าจะสามารถประกาศผลการประมูลได้ภายในไตรมาส 3/2562 และหากบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าวน่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 4/2562 หรือต้นปี 2563 ซึ่งจะสนับสนุนให้ธุรกิจวิศวกรรมมีงานในมือ (Backlog) เพื่อรอรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปอีก 2 ปีหรือถึงปี 2564 จากปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้จนถึงกลางปี 2563
          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่บริษัทติดตามมานาน ดังนั้นถือเป็นโอกาสให้บริษัทเข้าไปแข่งขัน ซึ่งบริษัทมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญงานด้านนี้ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้รับงานโครงการจ้างเหมาก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำหลายโครงการ เช่น โครงการจ้างเหมาก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ไปยังเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่าประมาณ 800-900 ล้านบาท และงานโครงการจ้างเหมาก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 33 เควี ไปยังเกาะกูด เกาะหมาก จ.ตราด มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท
          นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่า 1,700 ล้านบาท กฟภ.น่าจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.และเห็นชอบเป็นโครงการต่อไปภายใน 2-3 เดือนจากนี้
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเด็นนี้เป็น Positive sentiment ต่อ ILINK เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ติดตั้งสายส่งไฟฟ้าใต้น้ำ (submarine cable) ตามเกาะต่าง ๆ ในภาคใต้ และมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลงานนี้ ขณะเดียวกันประมาณการกำไรสุทธิของ ILINK ยังไม่รวมงานสายส่งไฟฟ้าใต้น้ำภาคใต้ มองว่าบริษัทมีโอกาสชนะ 1 ใน 2 งานสายส่งไฟฟ้าใต้น้ำภาคใต้ เนื่องจากมีประสบการณ์โดยตรง ซึ่งหากบริษัทชนะประมูลงานเกาะสมุยจะทำให้มีมูลค่า Backlog เพิ่มขึ้นจาก 2,206 ล้านบาท และเป็น upside ต่อประมาณการกำไรปี 2562-2563 คงคำแนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท
          นายสมบัติ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้อยู่ที่ 5,485 ล้านบาท จากปี 2561 ที่คาดว่าจะทำรายได้ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4,950 ล้านบาทแน่นอน โดยเป็นการเติบโตจากทุกธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ ตั้งเป้าหมายมีรายได้อยู่ที่ 2,450 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น FTTH Products, LAN CAT 6A Cable, ARSS&ADSS Fiber Optic Cable ฯลฯ เพื่อขยายตลาดในปี 2562
          ส่วนธุรกิจวิศวกรรมตั้งเป้าหมายมีรายได้อยู่ที่ 1,035 ล้านบาท และมีแผนเข้าร่วมประมูลงานใหม่ เช่น งานโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่า 1,700 ล้านบาท โครงการสายไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนเสาส่งแรงสูง มูลค่า 1,200 ล้านบาท โครงการสถานีไฟฟ้าย่อยอีกหลายโครงการ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท และโครงการต่อเนื่องของสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 แซตเทิลไลต์ เทอร์มินอล มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท
          ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมภายใต้การดำเนินงานของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท หลังจากเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการจัดให้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) หรือโครงการ NET ห่างไกล Zone C จำนวน 15,732 หมู่บ้าน ในสัญญากลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 ซึ่งเข้าประมูลในนามคอนซอร์เตียมกับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY และสัญญากลุ่มที่ 8 ภาคใต้ ซึ่งเข้าประมูลในนาม ITEL มูลค่ารวมกันกว่า 3,560 ล้านบาท คาดว่าจะได้เซ็นสัญญาภายในเร็ว ๆ นี้