"กสท"พร้อมร่วมประมูลคลื่น700

ระบุต่างชาติรุมจีบ พร้อมลุยมือถือไทย
          กรุงเทพธุรกิจ-กสทฯพร้อมอ้าแขน รับต่างชาติเข้าประมูลคลื่น 700 กสทช.กลางปีนี้ ระบุต้องมองหาธุรกิจด้านคลื่นความถี่ เพราะปี 2568 คลื่นที่ถือครองทั้งย่าน 850-1800 เมกะเฮิรตซ์จะหมดใบอนุญาตแล้ว ชี้สายธุรกิจนี้ยังต้องมีความถี่อยู่จากบริการให้เช่าเสา สถานีฐานกับดีแทค-ทรูฯ
          นายณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและผลิตภัณฑ์สื่อสารไร้สาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจในการเข้าร่วมประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะนำมาประมูลภายในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมาสำนักกสทช.ได้เชิญผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายซึ่งรวมกสทฯด้วยนั้น มาชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินการเปิดประมูลดังกล่าว
          อย่างไรก็ดี แม้จะยอมรับว่าบริษัทมีความสนใจ แต่บริษัทจะไม่ลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการมองหาพันธมิตรในการร่วมลงทุนเพื่อเข้าร่วมประมูล โดยยอมรับว่ามีต่างชาติสนใจเข้าร่วมประมูล และทำธุรกิจในไทย แต่การจะมาทำธุรกิจในประเทศไทยคงไม่สามารถทำเองได้ เพราะไม่มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมมาก่อน จำเป็นต้องทำร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ในไทยที่มีโครงสร้างดังกล่าวอยู่แล้ว
          "ส่วนเรื่องอุปกรณ์ 700 เมกะเฮิรตซ์ที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะไม่มีอุปกรณ์รองรับสำหรับใช้งาน ส่วนตัวมองว่าถ้า เกิดการประมูลคลื่น 700 จริงๆ อุปกรณ์ก็จะตามมาเอง และที่อเมริกาก็มีอุปกรณ์รองรับแล้ว"
          สำหรับเหตุผลที่บริษัทสนใจเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ ทั้งๆที่ผ่านมา กสทฯไม่มีความสนใจในคลื่นใดๆที่กสทช.เปิดประมูลมาก่อนหน้านี้เลย เป็นเพราะบริษัทมองว่าใน อนาคตคือปี 2568 คลื่นความถี่ที่ กสทฯ ถือครองอยู่ คือคลื่น 850 และ1800 เมกะเฮิรตซ์ จะหมดอายุลงตามใบอนุญาตที่ได้รับจาก กสทช. ทำให้บริษัทจะไม่มีรายได้จากธุรกิจด้านนี้อีกต่อไป ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับแผนรายได้ในอนาคต บริษัทจึงจำเป็นต้องมีคลื่นในการทำธุรกิจต่อไป เพื่อนำมาให้บริการรวมกับเสา สถานีฐาน โครงข่าย ที่บริษัทมีอยู่แล้วและเปิดให้เอกชนอย่าง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น มาเช่าใช้รวมกันมากกว่า 13,000 แห่ง และสร้างรายได้ให้ต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น บริษัทก็ต้องดูปัจจัยเรื่องราคาเริ่มต้นในการประมูลด้วย ว่าแพงหรือไม่
          ส่วนปัจจัยเรื่องการควบรวมกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด นั้น จะมีผลต่อการตัดสินใจประมูลหรือไม่ นายณัฏฐวิทย์ ให้ความเห็นว่า กระบวนการควบรวมคงต้องใช้เวลา  แต่สิ่งที่บริษัทต้องเดินหน้าเพื่อให้บริษัทมีรายได้ในอนาคตก็ต้องทำ ไม่จำเป็นต้องชะลอ
          อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กสท โทรคมนาคม เพิ่งประกาศกำไรปี 2561 ว่าจะมีผลกำไรมากกว่า13,000 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการ11 เดือน ของปี 2561 บริษัทมีรายได้ 58,731 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 45,038 ล้านบาท มีกำไร 13,675 ล้านบาท จากผลของการเป็นพันธมิตรกับดีแทค ในการให้เช่าเสาโทรคมนาคม ปีละ 3,000 ล้านบาท
          ขณะที่ในปีนี้ กสท โทรคมนาคม จะมีรายได้จากการลงนามเซ็นสัญญาระงับ ข้อพิพาทกับ ดีแทค อีกโดยเงินงวดแรก ตามที่ดีแทคแจ้ง 6,840 ล้านบาท จากเงินทั้งหมด 9,510 ล้านบาทนั้น หากสามารถ บันทึกเข้ามาในปีนี้ได้ ก็จะทำให้ กสท โทรคมนาคม มีรายได้พิเศษเข้ามา 1 รายการ ซึ่งจะเป็นผลให้ผลประกอบการในปี 2562 นี้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะมีรายได้ 45,000 ล้านบาท เป็นมากกว่า 52,000 ล้านบาท
          นอกจากนี้ กสท โทรคมนาคมยังคงเดินหน้าทำรูปแบบสัญญากับทรูฯ ในแบบเดียวกับดีแทคด้วย
          เพื่อเป็นการหารายได้ในอนาคตจึงสนใจประมูลคลื่น 700 เพราะคลื่น 850 และ 1800 ใบอนุญาตที่มีจะสิ้นสุดปี 2568
          ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล