ทุ่มเงินลุยธุรกิจดิจิทัล ลดสาขาไม่ปลดพนักงาน

วิสัยทัศน์ผู้นำแบงก์กสิกรไทย
          ธนาคารกสิกรไทยแถลงวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ "KBank 2019" นำ5ผู้บริหารระดับสูง เปิดวิสัยทัศน์บนเวทีเดียวกัน ประกาศพร้อมรับมือลูกค้าในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จัดทัพคนไอที ดาต้าและพันธมิตรสู่ธุรกิจแบงก์ยุคใหม่ หวังใช้ดาต้าช่วยปล่อยกู้แม่ค้าออนไลน์ปีนี้ 30,000 ล้านบาท สินเชื่อรายย่อยโต 9-12% จับตาตลาด CCLMVI คาดรายได้ธุรกิจในต่างประเทศโตกว่า 8 เท่าใน 3 ปีข้างหน้า
          นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของภาคธนาคารจากนี้ไปต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ 82% ทำธุรกรรมบนโมบายแบงกิ้ง 74% ซื้อสินค้าออนไลน์ 48.5% ของประชากรไทยทั้งหมด ดังนั้น ภาคธนาคารไทยต้องร่วมมือสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพื่อยกระดับการให้บริการให้อยู่ระดับแนวหน้าในอาเซียน อาทิ โครงการพร้อมเพย์ที่มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 46.5 ล้านไอดี มีปริมาณธุรกรรม 4.5 ล้านรายการต่อวัน การสร้างมาตรฐานคิวอาร์โค้ด ซึ่งมีร้านค้าใช้แล้ว 3 ล้านราย พร้อมต่อยอดคิวอาร์โค้ดมาตรฐานไทยในประเทศ CLMV +3(เวียดนาม-ลาว- กัมพูชา เวียดนาม-จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้) และการเพิ่มขยายศักยภาพบริษัทเนชั่นแนลไอทีเอ็มเอ็กซ์ผู้ให้บริการระบบกลางที่รองรับธุรกรรมข้ามธนาคารให้เป็น 1,000 รายการต่อวินาที
          ขีดเส้นปี 63 บิ๊กดาต้าปั๊มรายได้
          น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าเพิ่มศักยภาพด้านการเก็บข้อมูลเชิงสถิติ หรือ Analytics ในการแปลงข้อมูลมาเป็นข้อมูลเชิงลึก หรือ insight เพื่อให้รู้ใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นโดยตั้งเป้าภายในปี 2020 หรือ 2563 ใช้ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจจนสร้างรายได้มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% ของรายได้ทั้งหมด จากปัจจุบันใช้ข้อมูลเพียง 5% พร้อมตั้งเป้าปีนี้ใช้ดาต้าปล่อยกู้แม่ค้าออนไลน์ 30,000 ล้านบาท สำหรับสาขาของธนาคารกสิกรไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศ 985 สาขาในปีนี้มีแผนปิดให้บริการ 80 สาขาและเตรียมเปิดใหม่ 30 สาขา เบ็ดเสร็จแล้วจะอยู่ที่ 935 สาขา โดยสาขาที่เปิดใหม่ใช้เงินลงทุน 300 ล้านบาท ให้บริการเฉพาะกลุ่ม เช่น เพื่อให้บริการพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือลูกค้าเอสเอ็มอี โดยมีนโยบายชัดเจน ไม่ปรับลดพนักงาน แต่ใช้วิธีการฝึกอบรมยกระดับ โดยพนักงานสาขาทุกคนต้องมีใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์การเงิน เช่น ประกันชีวิต และกองทุน
          จับมือฟินเทคบุกตลาด CCLMVI
          นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับกระบวนทัศน์ให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดพร้อมผลักดันธุรกิจไทยสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CCLMVI (จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย) คาดว่าภายในปี 2573 กลุ่มประเทศ CCLMVI จะมีจีดีพีรวมอยู่ที่ 28.64ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ใหญ่กว่าเศรษฐกิจไทยถึง 41 เท่าและมีประชากรรวมมากกว่าไทย 28 เท่าพร้อมกันนี้ได้มองหาโอกาสร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ ทั้งฟินเทคสตาร์ตอัพข้ามประเทศข้ามอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการให้บริการของธนาคารและเสริมศักยภาพให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าสู่ตลาด CCLMVI โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศกว่า 8 เท่าภายใน 3 ปีข้างหน้า ด้วยกลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคท้องถิ่น และเชื่อมต่อระบบการชำระเงินทั่วภูมิภาคเดินหน้าหาลูกค้าใหม่มุ่งรายย่อยโต 9-12%
          ยึดหัวหาดเพิ่มลูกค้ารายย่อยเท่าตัว
          นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญเพื่อขับเคลื่อนธนาคารกสิกรไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พร้อมผลการดำเนินการที่เติบโต ได้แก่ ผนึกพันธมิตรแพลตฟอร์มขยายฐานลูกค้าเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้าในทุกมิติ พร้อมรองรับลูกค้าทั้งบนแพลตฟอร์มของธนาคารเองผ่าน KPLUS และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นทั้งในโลกโซเชียล แชต ช็อปปิ้ง และการเดินทาง ขณะเดียวกันเดินหน้าธุรกิจเพื่อหารายได้ใหม่จากการให้สินเชื่อลูกค้าบุคคลที่มีจำนวนผู้กู้ยืมในตลาดนี้ 31.3 ล้านราย ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 7%และตั้งเป้าหมายจะดันส่วนแบ่งตลาดเป็น 16% และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 9-12%
          ทุ่มเม็ดเงิน 5 พันล้านลงทุนไอที
          นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกรบิซิเนสเทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)เปิดเผยว่า ในการผลักดันธนาคารกสิกรไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการที่รู้ใจลูกค้า ด้วยช่องทางดิจิทัลที่ล้ำสมัย โดยการนำเสนอแนวคิดแห่งนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า คนมีความสามารถมากกว่าเทคโนโลยีห รือ Augmented Intelligence(AI) มาใช้ขับเคลื่อนองค์กร ดังนั้น วิสัยทัศน์ทั้งหมดจะเป็นจริงได้ก็ด้วยศักยภาพทางเทคโนโลยีและบุคลากรของ KBTG นอกจากนี้ตั้งเป้าหมายการพัฒนา KBTG ไปสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปลี่ยนแกนเทคโนโลยีของโลกมาสู่ประเทศไทยภายในปี 2565 โดยเริ่มจากงบลงทุนด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีและบุคลากรในปีนี้กว่า 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ต้องเร่งเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกรรมการเงิน รองรับการโอนเงินและชำระเงินที่เติบโตก้าวกระโดด ที่สำคัญให้บริการแล้วระบบต้องไม่ล่ม.