ออราเคิลลุยคลาวด์ภาครัฐ ปั้น"อคาเดมี"ผลิต2หมื่นคน

"ออราเคิล" ปักธงบุกคลาวด์ จัดหนักตลาดภาครัฐชี้โอกาสเติบโตสูง พร้อมชูจุดแข็งโซลูชั่นครบ แถมใช้ AI เสริมแกร่ง รับเทรนด์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม ลุยปั้น "อคาเดมี" ผลิตบุคลากร 2 หมื่นคนใน 3 ปี ย้ำยุคนี้องค์กรต้อง "คิดใหม่ ทำใหม่" ผูกใจลูกค้า
          นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการ ผู้จัดการ ออราเคิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทิศทางของออราเคิลในปีนี้ คือ "คลาวด์" โดยมีจุดแข็งคือเป็นรายเดียวที่มีบริการคลาวด์ครบ ตั้งแต่เริ่มต้นอย่าง infrastructure as a service (IaaS) สำหรับเก็บดาต้าของบริษัท, platform as a service (PaaS) พัฒนาเทคโนโลยี ระบบเอง เช่น แมชีนเลิร์นนิ่ง, software as a service (SaaS) พัฒนาแอปพลิเคชั่น ซอฟต์แวร์ครบวงจรอย่าง ERP, CRM, data as a service (DaaS) คือ นำดาต้า ไปใช้วิเคราะห์ได้ทันที นอกจากนี้ มีทีมงาน ที่เชี่ยวชาญ และมีฐานลูกค้าค่อนข้างใหญ่ในทุกอุตสาหกรรม ทำให้ต่อยอดได้เร็วขึ้น ทั้งมีมีความยืดหยุ่น เหมาะกับ องค์กรทุกขนาด
          โดยลูกค้าหลักของออราเคิลมีสถาบันการเงิน ค้าปลีก โทรคมนาคม และที่เห็นโอกาสคือ โรงพยาบาลและภาครัฐ
          "ภาครัฐเป็นตลาดที่เปิดกว้างมาก เพราะยังใช้คลาวด์ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น คือ นำข้อมูลเข้าคลาวด์และประมวลผลแบบง่าย ๆ ส่วนเอกชนไปไกลแล้ว โดยมีความพร้อมทั้งคนและเทคโนโลยี ปัจจุบันออราเคิลมีลูกค้า 70% เป็นเอกชน 30% เป็นภาครัฐ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนลูกค้าจะเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นอาจจะต้องรอดูการเลือกตั้ง ต้องดูรัฐบาลใหม่ว่าให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแค่ไหน"
          อีกสิ่งที่ออราเคิลจะเน้น คือ ออราเคิล อคาเดมี เป็นกิจกรรม CSR ทำมา 3 ปี โดยร่วมกับ 92 สถาบันการศึกษา มีอาจารย์กว่า 1,200 คน และนักเรียนกว่า 11,000 คน โดยจัดเทรนนิ่งเฉลี่ย ปีละ 12 ครั้ง โดยออราเคิลมีพาร์ตเนอร์ จึงช่วยกระจายผู้ที่เข้าร่วมไปประกอบอาชีพ ดังนั้น ไม่ใช่แค่สร้างทักษะ แต่นำไปประกอบอาชีพได้จริง โดยออราเคิลจะเน้นที่อคาเดมีนี้ โดยตั้งเป้ามีนักเรียนเพิ่มเป็น 2 เท่า หรือ 22,000 คนภายใน 3 ปี
          ขณะที่เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญ ยังคงเป็น 1.คลาวด์ แต่สิ่งสำคัญในปีนี้ คือ นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปต่อยอด 2.ความพร้อมของบุคลากร ตั้งแต่พนักงานไปถึง ผู้บริหาร ซึ่งไม่ใช่แค่ความรู้ความชำนาญ แต่เป็นการปรับตัว 3.พยายามทำให้องค์กรมีความคล่องตัว เพราะเป็น จุดอ่อนขององค์กรใหญ่
          "ในยุคดิสรัปชั่นต์ องค์กรต้องเริ่ม 'คิดใหม่ ทำใหม่' อย่ายึดติดกับการหารายได้เดิม ๆ ดังนั้น จะเห็นว่าองค์กรใหญ่ไปพาร์ตเนอร์กับสตาร์ตอัพ รวมทั้งต้องเตรียมความพร้อมขององค์กรให้รองรับอนาคต สุดท้ายต้องสร้าง มูลค่าของข้อมูล เพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เปิดช่องทางธุรกิจใหม่ และช่วยลดต้นทุน ซึ่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์มมีทั้งทำให้กระบวนการเหมือนเดิมแต่ดีขึ้น หรือเปลี่ยนกระบวนการ ถ้าองค์กรไหนปรับตัวไม่ทันก็จะมีผลกระทบกับธุรกิจ ดังนั้น การลงทุนทางเทคโนโลยี ต้องส่งผลที่จับต้องได้ คือ ช่วยลดต้นทุน ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างความ พึงพอใจให้ลูกค้า"