"หัวเว่ย เทคโนโลยี" เผือกร้อนวงการทูตแคนาด

กรุงเทพธุรกิจ "หัวเว่ย" เทคโนโลยี ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของจีน ยังคงมีประเด็นให้พูดถึง โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐ กำลังเดินเรื่องเพื่อขอให้มีการส่ง เมิ่ง หว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ)จากรัฐบาลแคนาดาเพื่อไปดำเนินคดีบนแผ่นดินอเมริกัน
          ล่าสุด วานนี้ (27ม.ค.) จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา สั่งปลด จอห์น แม็คคัลลัม เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำจีน หลังจากท่านทูตรายนี้ให้สัมภาษณ์สื่อ โดยบอกว่าจะเป็นประโยชน์กับแคนาดามากหากสหรัฐยุติการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกรณีนางเมิ่ง
          แต่มีประเด็นที่น่าสงสัยคือ การปลด ท่านทูตแม็คคัลลัมของทรูโดครั้งนี้ ไม่ได้ระบุ ถึงเหตุผล บอกแต่ว่ามีผลบังคับใช้ทันที และจิม นิกเกิล ผู้ช่วยของแม็คคัลลัม จะเข้ารับตำแหน่งอุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตประจำจีนไปก่อน
          แม็คคัลลัม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งระดับรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง รวมถึง เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีกระทรวงทหารผ่านศึก และรัฐมนตรี คนเข้าเมืองของแคนาดาถูกปลดหลังจาก ให้ความเห็นผ่านสื่อเมื่อไม่กี่วันก่อน เกี่ยวกับคดีเมิ่ง บุตรสาวผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย โดยบอกว่า จะเป็นการดีสำหรับแคนาดาหากว่าสหรัฐสามารถยุติการขอตัวเมิ่งในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อส่งตัวเธอกลับไปดำเนินคดีในสหรัฐ
          พร้อมกันนั้น แม็คคัลลัม ได้รายงานสรุป ต่อสมาชิกรัฐสภาแคนาดา เกี่ยวกับชะตากรรม ของพลเมืองแคนาดา 2 คนที่ยังคงถูกกักตัวอยู่ในจีน และพลเมืองคนที่ 3 อยู่ในสถานะขั้นรับโทษขั้นประหารชีวิต ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่า รัฐบาลปักกิ่งพยายามบีบบังคับแคนาดาในคดี บุตรสาวผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย
          ต่อมาแม็คคัลลัม ได้ให้สัมภาษณ์ สื่อจีนในออนทาริโอ โดยบอกว่า เขาเชื่อว่า คำขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนของสหรัฐมีช่องโหว่อยู่มาก พร้อมทั้งพาดพิงถึงปัญหาทางการเมือง ของสหรัฐที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญอยู่ รวมถึงการที่ทางแคนาดาไม่ได้ ร่วมลงนามในการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ
          แน่นอนว่า การให้สัมภาษณ์ของท่านทูต รายนี้ สร้างความไม่พอใจแก่นักการเมือง ฝ่ายค้านของแคนาดาและคนอื่นๆ ที่เห็นว่า มุมมองของเขาทำให้จุดยืนของรัฐบาลแคนาดาที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในกระบวนการ ทางยุติธรรมถูกสั่นคลอนอย่างแรง
          ที่ผ่านมา เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย และเป็นบิดาของเมิ่ง ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยการ ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทของเขาช่วยรัฐบาลจีนจารกรรมข้อมูล โดยยืนยันว่าบริษัทของเขาแทบไม่ได้ติดต่อกับรัฐบาล และหากได้รับคำขอจากรัฐบาลจีนให้สอดแนมต่างชาติ เขาก็จะปฏิเสธคำขอ เพราะ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
          ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ยืนยันด้วยว่า เขาเป็นคนจีน รักประเทศชาติ สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ แต่จะไม่ทำอะไรที่เป็นผลร้าย ต่อชาวโลก
          ปัจจุบัน เหรินมีอายุ 74 ปี แม้ไม่ได้มีตำแหน่งบริหารในหัวเว่ยมาตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังมีตำแหน่งอยู่ในบอร์ดบริหารของบริษัท โดยให้สัมภาษณ์สื่อครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2558 และเพิ่งมาปรากฏตัวอีกครั้งในปี 2562
          ซีอีโอ และผู้ก่อตั้งหัวเว่ย มั่นใจว่าประเทศตะวันตกจะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปใช้อย่างแน่นอน และเมื่อ ถูกถามว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร กับการที่บางประเทศดำเนินนโยบายจำกัด หรือไม่ก็ คว่ำบาตรผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย จากปัญหา เรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ เหริน บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการแข่งขัน ขึ้นอยู่ กับว่าคุณทำได้ดีหรือไม่ เมื่อคุณมี ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ก็ไม่มีอะไรที่ ต้องกังวล ซึ่งตัวเขาเองไม่เคยกังวล เกี่ยวกับเรื่องนี้
          เหริน บอกด้วยว่า หัวเว่ย ดีที่สุด ในเรื่องเทคโนโลยี 5จี และเป็นผู้ผลิต รายเดียวของโลกที่มีศักยภาพในการติดตั้งสถานีฐานระบบ 5จี พร้อมด้วยเทคโนโลยีไมโครเวฟที่ทันสมัย ซึ่งเหมาะกับประเทศตะวันตก
          "จะเป็นการดีสำหรับแคนาดาหากว่า สหรัฐยุติการขอตัว เมิ่งในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน" จอห์น แม็คคัลลัม
          เขาเป็นคนจีน รักชาติ สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ แต่จะไม่ทำอะไรที่เป็นผลร้ายต่อชาวโลก เหริน เจิ้งเฟย

          บรรยายใต้ภาพ 
          จอห์น แม็คคัลลัม
          จัสติน ทรูโด