INTUCH-THCOMวิ่งสนั่น รับข่าว"กสท"จ่อซื้อไทยคม

 “INTUCH-THCOM” วิ่งสนั่น! รับข่าว “CAT จ่อซื้อหุ้น THCOM” ด้าน INTUCH เผยมีคนสนใจซื้อธุรกิจไทยคมจริง แต่ยังไม่ได้รับข้อเสนอแบบเป็นทางการ ฟากโบรกฯ ประสานเสียงเชื่อดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ชี้ช่วยแก้ปัญหาข้อพิพาทดาวเทียม หนุนทุกฝ่ายวิน-วิน
          นายวิชัย กิตติวิทยากุล เลขานุการบริษัท บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เปิดเผยว่า บริษัทขอชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลซึ่งปรากฏในหนังสือพิมพ์ว่า กสทฯ-อินทัช ปิดดีลซื้อไทยคมหุ้นละ 8.50 บาทนั้น ซึ่งทางบริษัทขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว
          อย่างไรก็ตาม บริษัทขอเรียนว่าบริษัทได้รับความสนใจและการติดต่อจากผู้ที่สนใจเข้าซื้อธุรกิจของบริษัทเป็นครั้งคราว ซึ่งขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับข้อเสนอที่มีผลผูกพันจากนักลงทุนที่สนใจแต่อย่างใด โดยบริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบโดยทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อไป
          ด้านนางสาวยุพาพรรณ ปานเคลือบทอง หัวหน้าส่วนงานเลขานุการบริษัทและกำกับดูแล บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM กล่าวว่า บริษัทชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลซึ่งปรากฏในการรายงานข่าวในหนังสือพิมพ์ว่า กสทฯ-อินทัช ปิดดีลซื้อไทยคมหุ้นละ 8.50 บาท ซึ่งจะส่งผลให้มีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ของบริษัทในภายหลัง  โดยปัจจุบันทางบริษัทยังไม่ได้รับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ตามที่ปรากฏในข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด บริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบในทันที หากบริษัทได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อไป
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวราคา INTUCH และ THCOM ในวานนี้ (24 ม.ค.) พบว่า ทั้งสองหุ้นมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นตลอดวันทำการ ขานรับกระแสข่าว กสทฯ จะเข้าซื้อหุ้น THCOM ต่อจาก INTUCH ประกอบกับภาพรวมนักวิเคราะห์ยังคาดดีลนี้มีความเป็นไปได้เพราะจะช่วยยุติข้อพิพาทปัญหาดาวเทียม รวมถึง INTUCH ยังเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้รับติดต่อจากผู้ที่สนใจเข้าซื้อธุรกิจของบริษัท
          โดยราคาหุ้น INTUCH วานนี้เปิดการซื้อขายที่ระดับ 50 บาท ต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้าที่ 52 บาท ซึ่งในช่วงแรกถูกแรงขายทำกำไรกดดันหุ้นออกมา หลังจากงวดวันที่ 23 ม.ค. 2562 หุ้นปรับเพิ่มขึ้นแรงไปแล้วถึง 10% และทำจุดต่ำสุดของวันที่ 49.50 บาท อย่างไรก็ตาม ในช่วงภาคบ่ายหุ้นกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากภาพรวมตลาดคาดว่า หากดีลนี้เกิดขึ้นได้จริง INTUCH อาจจะจ่ายปันผลพิเศษในภายหลัง สุดท้ายทำราคาปิด 52 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 1,949 ล้านบาท
          ด้านหุ้น THCOM วานนี้ ราคาหุ้นปรับลดลงตั้งแต่เปิดตลาดที่ 7.30 บาท ต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้า 7.40 บาท โดยถูกแรงขายทำกำไรกดดันเช่นกัน หลังจากงวดวันที่ 23 ม.ค. 2562 หุ้นเพิ่มขึ้นแรง  11.28% แต่ในช่วงภาคบ่ายมีแรงซื้อกลับเข้ามาเหมือนกับ INTUCH จนผลักดันให้ราคาหุ้นทำจุดสูงสุดของวันที่ 7.85 บาท และปิดตลาดที่ 7.85 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือคิดเป็น เพิ่มขึ้น 6.08% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 107 ล้านบาท
          * โบรกฯเชี่อดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น
          ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตามที่มีข่าวลือ กสทฯ เปิดเกมเจรจา INTUCH ซื้อหุ้น THCOM จำนวน 41.14% ราคาหุ้นละ 8.50 บาทนั้น คาดมีโอกาสที่ดีลนี้จะเกิดขึ้นได้ หากอิงความต้องการของทั้ง 2 ฝ่าย โดย INTUCH (ผู้ขาย) เนื่องจากอนาคตของธุรกิจดาวเทียมยังไม่แน่นอน และผลประกอบการของ THCOM ปรับตัวลงต่อเนื่องในระยะหลัง นอกจากนี้ สัมปทานดาวเทียมยังต้องเจอข้อพิพาทกับภาครัฐอยู่ต่อเนื่อง จึงคาดจะสร้างแรงจูงใจในการขาย
          ขณะที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT (ผู้ซื้อ) เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ ดูแลเรื่องการสื่อสาร ซึ่งการเข้าทำธุรกิจดาวเทียมจะช่วยทำให้ธุรกิจสื่อสารมีความครอบคลุมมากขึ้น และเรื่องดาวเทียมดวงใหม่กับสัญญาสัมปทานน่าจะจัดการกับหน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น
          สำหรับราคาของดีลที่ 8.50 บาท แม้มากกว่าราคา THCOM ที่ 7.40 บาท (ราคาปิดเมื่อวันที่ 23 ม.ค 2562) อยู่ประมาณ 15% แต่ยังน้อยกว่าราคาเหมาะสมที่ consensus ประเมิน THCOM ไว้ที่ 9.40 บาท จึงมองว่าเป็นระดับราคาที่เป็นไปได้ รวมถึงหากดีลนี้เกิดที่ราคาซื้อ THCOM ที่  8.50 บาท จะเป็นเงินสดที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่หุ้น INTUCH ประมาณ 1.20 บาทต่อหุ้น
          ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า กรณีดังกล่าวหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นบวกต่อ THCOM และ lNTUCH โดยในส่วนของ THCOM  ปัจจุบันประสบปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎเกณฑ์รัฐในเรื่องค่าส่วนแบ่งรายได้ จนไม่สามารถกำหนดแนวทางให้บริการดาวเทียมสัมปทานที่มี 3 ดวง ได้แก่ ไทยคม 4, 5 และ 6 ต่อไปได้ หลังจากสิ้นสุดสัมปทานปี 2564 ขณะที่ดาวเทียมที่เหลือซึ่งอยู่บนระบบใบอนุญาตอีก 2 ดวง คือ ไทยคม 7 และ 8 ยังติดข้อพิพาทที่รัฐต้องการให้กลับมาอยู่ในระบบสัมปทาน
          โดยหาก CAT ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ THCOM น่าจะมีความเป็นไปได้ที่ปัญหาดังกล่าวน่าจะคลี่คลายไปในทางบวกง่ายขึ้น และน่าจะเพิ่มมูลค่า THCOM จากปัจจุบันได้อย่างมีนัยสำคัญจากปัจจุบันฝ่ายวิจัยกำหนดมูลค่าอิงสมมติฐาน THCOM จะหยุดบริการดาวเทียมสัมปทาน เมื่อหมดสัมปทาน
          ส่วน lNTUCH เชื่อว่าจะช่วยคลี่คลายความกังวลที่อาจต้องมีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุน THCOM ที่บันทึกในงบเดี่ยว 3,600 ล้านบาท โดยหากธุรกิจ THCOM ทรุดลงไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีทางออก และการตั้งด้อยค่าเกิดขึ้น กำไรในงบเดี่ยวที่จะสามารถนำมาจ่ายเงินปันผลแต่ละปีมีความเสี่ยงจะต่ำกว่าคาด
          ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงประเมินประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาหุ้น lNTUCH มีส่วนลดจาก NAV ราคาหุ้นของบริษัทลูกหลัก ๆ ADVANC (ถือหุ้น 40.45%) และ THCOM (ถือหุ้น 41.14%) เพิ่มขึ้นมาอยู่ประมาณ 20%-30% ในระยะหลัง เทียบกับช่วงที่ธุรกิจ THCOM ยังปกติ ซึ่งจะมีส่วนลดอยู่ประมาณ 15-20% นอกจากนี้ยังน่าจะนำมาสู่ความคาดหวังว่า lNTUCH อาจนำเงินที่ได้จากการขาย THCOM ออกมาจ่ายเงินปันผลพิเศษได้ประมาณ 1.1-1.2 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.3%
          ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์ เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า กรณีดังกล่าว ทางกลยุทธ์มองดีล CAT-THCOM มีความเป็นไปได้ และเป็นผลบวกจาก 1. แก้ปัญหาความไม่ชัดเจนของใบอนุญาต และสัมปทานของดาวเทียมดวงใหม่ 2. แม้สัมปทานจะหมดในปี 2564 หรืออีกเพียง 2 ปี แต่มีลูกค้าที่มีศักยภาพหลายรายในไทยและเอเชีย-แปซิฟิก
          3. กระแสเงินสดของ THCOM อยู่ที่ประมาณ 2,800 ล้านบาท/ปี เมื่อรวมมูลค่าเงินลงทุน จะตกเป็นมูลค่าต่อหุ้นประมาณ 7.70-8.80 บาท ขณะที่เงินสดในมือหักล้างกับหนี้ระยะยาวทั้งหมดได้ เป็นการลงทุนที่ดีสำหรับ CAT และ 4. แก้ปัญหาความกังวลความมั่นคง และการรักษาวงโคจรดาวเทียมของประเทศ