ไอแบงก์พ้นแผนฟื้นฟูฯ เดินหน้าควบ TOT-CAT ภายใน 6 เดือน

คนร.เห็นชอบธนาคารอิสลามฯ ออกจากแผนฟื้นฟูฯ หลังมีกำไรในปี 61 ขณะที่ บมจ.ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ตั้งบริษัทใหม่เดินหน้าควบรวมกิจการภายใน 6 เดือน หลัง ครม.อนุมัติ ส่วนบินไทยเร่งขายเครื่องบิน ด้าน ขสมก.เตรียมรับมอบรถ NGV ที่เหลือ 189 คัน เดือน มี.ค.นี้
          นางปานทิพย์ ศรีพิมล ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าคนร.เห็นชอบแผนแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ 6 แห่ง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
          ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.หรือไอแบงก์) ปัจจุบันฐานะทางการเงินของ ธอท.มีความแข็งแกร่งแล้วจากการเพิ่มทุนในช่วงปลายปี 2561 และในปี 2561 ผลประกอบการของ ธอท.มีกำไรที่สูงกว่าแผนงาน แต่ยังมีระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPF) สูงกว่าแผนเล็กน้อย ซึ่ง คนร.เห็นว่า ธอท.มีผลประกอบการที่ดี มีกำไรแล้ว และมีการปรับปรุงระบบการทำงานซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาในอดีตและสร้างความยั่งยืนในการประกอบกิจการของ ธอท.ในอนาคตได้ จึงมีมติเห็นชอบให้ ธอท.ออกจากกลุ่มรัฐวิสาหกิจที่ต้องจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาองค์กร และให้คลังกำกับดูแล ธอท.ให้ดำเนินการตามแผนงาน
          ส่วนบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.กสท กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรายงานความก้าวหน้าในการควบรวม บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสทโดยการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จะติดเพียงเรื่องคดีความข้อพิพาทต่าง ๆ ที่จะต้องมีการพิจารณาต่อไป
          โดยพนักงานทั้งหมดของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท จะโอนมาเป็นพนักงานของบริษัทใหม่ ทั้งนี้ บริษัทใหม่จะมีทั้งหมด 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศบรอดแบนด์และโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ และการให้บริการด้านดิจิทัล และสำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการของคณะทำงานเตรียมการรวมกิจการของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท ได้มีการจัดทำแผนธุรกิจของบริษัทใหม่ระหว่างปี 2562-2567 แล้ว สำหรับการจัดตั้งบริษัทใหม่จะสามารถจัดตั้งและเริ่มดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน นับจากคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ
          สำหรับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เสนอแผนแก้ไขเพิ่มเติม ที่จะช่วยให้มีผลประกอบการเป็นไปตามเป้า โดย คนร.ได้ให้การบินไทยเร่งจำหน่ายเครื่องบินที่ปลดระวาง และสร้างความชัดเจนถึงการดำเนินการร่วมกับบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งให้การบินไทยดำเนินการตามแผนงานที่ได้นำเสนออย่างเคร่งครัด
          ด้านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ปัจจุบัน ขสมก.รับมอบรถโดยสาร NGV มาแล้ว 300 คัน และจะรับมอบส่วนที่เหลือ 189 คัน ได้ภายในเดือนมีนาคม 2562 ซึ่งจะจัดหารถครบ 3,000 คันได้ภายในปี 2565 และได้ติดตั้งระบบ GPS ในรถที่มีอยู่ในปัจจุบันครบแล้ว สำหรับการนำน้ำมัน B20 มาใช้ จะดำเนินการได้ครบทุกคันในเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ยังคงมีความล่าช้าในการติดตั้งระบบ E-Ticket ทั้งนี้ ปัจจุบัน ขสมก.ได้นำเสนอแผนฟื้นฟูกิจการให้กระทรวงคมนาคมเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป