คนร.สั่"ทีจี"ขายนกแอร์ ชูไทยสมายล์สู้โลว์คอสต์

กรุงเทพธุรกิจ คนร.หารือขายหุ้นบินไทยในนกแอร์ ชี้ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง ฟื้นฟูลำบาก ระบุให้ใช้ "ไทยสมายล์" แข่งธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ไลน์ พร้อมอนุมัติ"ไอแบงก์" ออกจากแผนฟื้นฟู หลังทำกำไรได้สูงกว่าเป้าหมาย เร่ง ร.ฟ.ท.ส่งแผนตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินรถไฟฟ้า สายสีแดง คาดตั้งบริษัทใหม่ควบรวมทีโอที-กสท ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้
          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้หารือการดำเนินการ ของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การให้บริการสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ผ่านการถือหุ้น ของสายการบินนกแอร์และสายการบินไทยสมายล์ โดย คนร.สั่งการให้การบินไทยสร้างความชัดเจนในการทำธุรกิจ สายการบินที่ให้บริการลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งให้ดำเนินการ ต่อได้ในสายการบินไทยสมายล์
          ส่วนสายการบินนกแอร์ที่ปัจจุบันการบินไทยถือหุ้นอยู่ 21.8% อาจต้องพิจารณาขายออกไปเพราะผลประกอบการ ขาดทุนต่อเนื่องและยากที่จะฟื้นฟูธุรกิจและอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยด้วย
          "คนร.ได้หารือกันว่าเพื่อสร้างความชัดเจนในการ ดำเนินงานของการบินไทย ควรให้มีความชัดเจนว่า การบินไทยจะให้บริการสายการบินไทยสมายล์เพียงสายการบินเดียว ส่วนนกแอร์อาจต้องขายหุ้นออกไปให้หมด เพราะธุรกิจนกแอร์มีการให้บริการที่ใกล้เคียงกับไทยสมายล์ และยังมีผลการดำเนินการที่ขาดทุน ต่อเนื่องราคาหุ้นก็ปรับลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา" แหล่งข่าวกล่าว
          นกแอร์ประชุมผู้ถือหุ้น 22 ม.ค.
          แหล่งข่าวจากการบินไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับการขายหุ้นของการบินไทยในนกแอร์ โดยปัจจุบันการบินไทยอยู่ระหว่างทำแผนเพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างการบินไทย และบริษัทลูกอย่างสายการบินไทยสมายล์ รวมไปถึงสายการบินนกแอร์ ดังนั้นหากมีนโยบายให้การบินไทยขายหุ้นนกแอร์ เพราะไม่สนับสนุนธุรกิจของการบินไทยนั้น การบินไทยก็อาจจะไม่จำเป็นต้องดำเนินการเช่นนั้น เพราะมองว่านกแอร์ยังเป็นส่วนเสริมธุรกิจของการบินไทย และในอนาคตก็ยังมีแผนบริหารงานร่วมกันเพิ่มเติม
          แหล่งข่าวจากบริษัท สายการบิน นกแอร์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ขณะนี้ นกแอร์อยู่ในช่วงของการพิจารณา เพิ่มทุนครั้งใหม่ ซึ่งจะประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ถือว่าธุรกิจอยู่ในช่วงที่กำลัง วางแผนเดินไปข้างหน้า แต่ถ้ามีนโยบายให้การบินไทยขายหุ้นสายการบินนกแอร์ ก็มองว่าไม่น่าจะใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะธุรกิจของนกแอร์เองก็กำลังจะขยายตัว ส่วนประเด็นของการขายหุ้น นกแอร์ให้กับนายทุนต่างชาติ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
          คนร.เร่งบินไทยขายเครื่องบิน
          นางปานทิพย์ ศรีพิมล ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า คนร.ได้ติดตามความคืบหน้าในการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยการพิจารณาแผนฟื้นฟูของการบินไทย ได้มีการนำเสนอแผนการ เพิ่มรายได้ในปี 2562 ซึ่งรวมถึงการจัดซื้อ เครื่องบินใหม่และขายเครื่องบินเก่าที่ ปลดระวาง
          โดย คนร.ได้มอบหมายให้การบินไทยเร่งจำหน่ายเครื่องบินที่ปลดระวาง และสร้างความชัดเจนถึงการดำเนินการร่วมกับบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง ให้การบินไทยดำเนินการตามแผนงาน ที่ได้นำเสนออย่างเคร่งครัด รวมทั้งหาทางเพิ่มอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) ผ่านการขายตั๋วโดยสารทางช่องทางออนไลน์มากขึ้น
          "ไอแบงก์"พ้นจากแผนฟื้นฟู
          นางปานทิพย์ กล่าวว่า คนร.เห็นชอบ ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) หรือ "ไอแบงก์" ออกจากแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากปัจจุบันฐานะทางการเงินของ ธอท. มีความแข็งแกร่ง สามารถมีกำไรจาก การดำเนินงานปี 2561 กว่า 500 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าแผนที่กำหนดไว้ แต่ยังมีระดับ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Finance : NPF) สูงกว่าแผนเล็กน้อย ซึ่ง คนร.ได้รับทราบแผนการดำเนินงานของ ธอท.ในปี 2562 ที่มุ่งหวังให้มีการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมอีกประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ส่วนการหาพันธมิตร ชาวต่างชาติมาร่วมทุนของธนาคารคาดว่าจะได้ความชัดเจนในเร็วๆนี้
          "คนร. เห็นว่า ธอท. มีผลประกอบการที่ดีมีกำไรแล้วและมีการปรับปรุงระบบ การทำงานซี่งจะช่วยแก้ปัญหาในอดีตและสร้างความยั่งยืนในการประกอบกิจการในอนาคตของ ธอท. ในอนาคตได้ จึงมีมติ เห็นชอบให้ ธอท. ออกจากกลุ่มรัฐวิสาหกิจที่ต้องจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาองค์กร และมอบหมายให้กระทรวงการคลังกำกับดูแล ธอท. ให้สามารถดำเนินการตาม แผนงานต่อไป"นางปานทิพย์ กล่าว
          ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ได้รายงานการดำเนินการตามแผนต่างๆ ทั้งในด้านการลงทุนต่างๆ การบริหารทรัพย์สิน และการจัดตั้งบริษัทลูกในการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงและบริษัทบริหารทรัพย์สิน ซึ่ง คนร.ได้เร่งรัดให้ รฟท.นำเสนอแผนการจัดตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินให้แล้วเสร็จโดยเร็วและนำเสนอให้ที่ประชุม คนร.รับทราบในการประชุมครั้งต่อไป
          รวมทั้งให้ รฟท.นำเสนอการพัฒนาโครงสร้างทางคู่และทางสายใหม่ทั้งหมดให้ได้ภายในปีนี้ และให้มีการนำเชื้อเพลิง B20 ในการเดินรถด้วย
          เร่งแผนควบรวมทีโอที-กสท
          สำหรับความคืบหน้าการฟื้นฟูบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้รายงานความก้าวหน้าในการควบรวมทีโอที และ กสท โดยการดำเนินการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จะติดเพียงเรื่องคดีความ ข้อพิพาทต่างๆ ที่จะต้องมีการพิจารณา ต่อไป โดยพนักงานทั้งหมดของทีโอที และ กสท จะโอนมาเป็นพนักงานของบริษัทใหม่
          ทั้งนี้ บริษัทใหม่จะมีทั้งหมด 5 ธุรกิจหลักได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน โครงข่าย สื่อสารระหว่างประเทศ บรอดแบนด์และโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ การให้บริการด้าน Digital และสำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการของคณะทำงานเตรียมการรวมกิจการของทีโอที และ กสท ได้มีการจัดทำแผนธุรกิจของบริษัทใหม่ระหว่างปี 2562-2567 แล้วสำหรับการจัดตั้งบริษัทใหม่จะสามารถจัดตั้งและ เริ่มดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน
          "นายกรัฐมนตรีได้มีการสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ประสานการทำงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจให้ลุล่วงโดยเร็ว โดยให้มีการทำงานร่วมกันในการจัดทำแผนล่วงหน้าเพื่อให้แผนที่จะมาเสนอให้ที่ประชุมพิจารณามีความสมบูรณ์มากที่สุด"นางปานทิพย์กล่าว