เขย่าเทรนด์"ลงทุนไอที"เปิดโจทย์ท้าทายโลกธุรกิจ

กรุงเทพธุรกิจ   ผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารฝ่ายไอทีในองค์กรธุรกิจ 51 ประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับพัฒนาการและความก้าวหน้าในการปรับใช้เทคโนโลยีภายในองค์กร และทิศทางการใช้เทคโนโลยีในปี 2562 โดย "เร้ดแฮท" ระบุว่า ความท้าทายที่พบคือ กลยุทธ์การนำเทคโนโลยีมาใช้ การแสวงหาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ งบประมาณ และภารกิจสำคัญด้านเทคโนโลยี
          ท็อป3 เทคโนฯดาวเด่น
          มาร์กาเร็ต ดอว์สัน ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ อินเตอร์เกรตเต็ดโซลูชั่น เร้ดแฮท เผยว่า เทคโนโลยีที่จะได้รับการจัดสรร งบประมาณด้านไอทีมากที่สุดขององค์กรต่างๆ ในช่วงปีนี้คือ ระบบงานอัตโนมัติที่ใช้ในการดำเนินการด้านไอที โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และระบบรักษาความปลอดภัยตามลำดับ
          โดยเทคโนโลยีทั้งสามนี้ครอง 3 อันดับสูงสุดเมื่อปีที่แล้วเช่นกัน ที่น่าสนใจระบบงาน อัตโนมัติเลื่อนขึ้นจากอันดับ 3 เมื่อปีที่แล้ว เป็นอันดับ 1 ในปีนี้ โดย 44% ของผู้ตอบแบบ สอบถามระบุว่าเป็นหนึ่งในสามเทคโนโลยีที่ได้รับงบประมาณสูงสุด เปรียบเทียบกับ 36% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่ามีความพยายามเพิ่ม มากขึ้นที่จะลดการทำงานด้านไอทีที่ใช้บุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย
          ส่วนเทคโนโลยีที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณเป็นอันดับที่ 4 และ 5 ได้แก่ การปรับปรุงประสิทธิภาพหรือการปรับปรุงระบบไอทีรุ่นเก่าและที่มีอยู่ให้ทันสมัย และการบูรณาการระบบภายในองค์กร โดยให้ความเห็นว่าการบูรณาการระบบมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากมีความต้องการทางธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลและแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้น สำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบไอที องค์กรต่างๆ ยังคงพยายามที่จะย้ายการลงทุนจากเทคโนโลยีรุ่นเก่าไปสู่นวัตกรรมต่างๆ แต่สำหรับองค์กรส่วนใหญ่แล้ว 50-60% ของงบประมาณด้านไอทีจะยังคงถูกใช้ไปกับเทคโนโลยีที่มีอยู่
          มุ่งทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล
          จากผลการสำรวจ พบด้วยว่าบริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการดำเนินงาน โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation-DX) จากปีก่อนมีบริษัท 19% ที่มีแผนปรับใช้โมเดลธุรกิจแบบใหม่ หรือปรับใช้ผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลใหม่ๆ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ปีนี้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าที่ 35% โดยมีธุรกิจบริการด้านการเงินเป็นผู้นำในเรื่องนี้ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางด้านดิจิทัล(Digital Disruption) จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่คำถามก็คือจะเกิดขึ้นเมื่อไรและมีขอบเขตมากแค่ไหน"
          องค์กรต่างๆ ตระหนักถึงความจำเป็น ในการปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการใช้งานแอพพลิเคชั่น และสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบดิจิทัล ความแตกต่างเหนือคู่แข่ง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่ไม่มีแผนที่ จะดำเนินโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลลดลง ถึงครึ่งหนึ่งจาก 32% เหลือเพียง 14%
          อย่างไรก็ดี การพัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่ชัดเจนเป็นเรื่องยาก ผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า หนึ่งในสี่ ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงพัฒนากลยุทธ์ DX นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วจะขึ้นตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย สารสนเทศ (CIO) โดยตำแหน่งดังกล่าวมักจะใช้ชื่อว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ ดิจิทัล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับใช้โซลูชั่นดิจิทัล ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวปรากฏให้เห็นทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน
          โลกของไฮบริดคลาวด์
          แม้ว่าบริษัทต่างๆ คาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากระบบคลาวด์ แต่ระบบเวอร์ชวล ไลเซชั่นก็ยังคงเป็น โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการใช้งานมากที่สุดกับเวิร์กโหลดที่มีอยู่ รวมถึงการติดตั้งแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ผู้ตอบแบบ สอบถาม 51% ระบุว่าเวอร์ชวลไลเซชั่นเป็นเทคโนโลยีอันดับหนึ่งที่พวกเขาต้องการที่จะนำเสนอในรูปแบบของบริการ
          ข้อมูลชี้ว่า หลายองค์กรต้องการที่จะลดจำนวนระบบปฏิบัติการ (โอเอส) ที่จะต้องจัดการในปัจจุบัน ขณะเดียวกันกำลังมองหาโอเอสหนึ่งเดียวที่สามารถรองรับสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกัน ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ไปจนถึงระบบคลาวด์ภายในองค์กร ระบบคลาวด์สาธารณะหลายระบบ
          เร้ดพบว่ามีบริษัทเพียง 6% เท่านั้นที่มีกลยุทธ์คลาวด์สาธารณะแบบล้วนๆ และกว่า 20% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงอยู่ระหว่างการกำหนดกลยุทธ์ด้านคลาวด์ เนื่องจากการพัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ด้านคลาวด์ที่ชัดเจนเป็นเรื่องยาก มีเทคโนโลยีและความท้าทายใหม่ๆ ไม่เว้นในแต่ละวัน องค์กรต่างๆ จึงต้องพยายามที่จะก้าวตามให้ทัน และส่วนใหญ่เลือกดำเนินกลยุทธ์ "ไฮบริดคลาวด์"
          ทั้งนี้ 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามมี กลยุทธ์ด้านไฮบริดคลาวด์ ปัจจุบัน 45% ใช้คลาวด์สองแพลตฟอร์มขึ้นไป 65% มีแผนที่จะใช้สองแพลตฟอร์มขึ้นไปภายใน 12-24 เดือนข้างหน้า และ 11% เท่านั้นที่ไม่มีแผนที่จะใช้แพลตฟอร์มคลาวด์ภายใน 2 ปีข้างหน้า 7% มีแผนที่จะใช้แพลตฟอร์มคลาวด์ห้าแพลตฟอร์มขึ้นไปภายในสองปีข้างหน้า
          เน้นเพิ่มประสิทธิภาพหลังบ้าน
          ต่อคำถามที่ว่า มีแผนที่จะลงทุนเทคโนโลยีอะไรในช่วงปี 2562 ต่างตอบว่า เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) คอนเทนเนอร์ (Container), เอดจ์คอมพิวติ้ง (Edge Computing) หรือฟ็อกคอมพิวติ้ง (Fog Computing) และเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับนักพัฒนาตามลำดับ
          จากการสำรวจ 86% ระบุว่าตนเองจะพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณกับเทคโนโลยีบล็อกเชนในช่วงปี 2562 ขณะที่ 82% จะพิจารณาการใช้จ่ายในส่วนของเอดจ์คอมพิวติ้ง หรือฟ็อกคอมพิวติ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและบริการ ด้านการเงิน
          นอกจากนี้ 57% มีแผนลงทุนในเครื่องมือ ใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับนักพัฒนา กล่าวโดยสรุปก็คือทุกอย่าง เป็นเรื่องความปลอดภัย การกลั่นกรองข้อมูล เชิงลึก และพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ
          องค์กรต่างๆ พิจารณาว่าความรวดเร็วของผู้ให้บริการเทคโนโลยีในการตอบสนองต่อช่องโหว่ด้านความปลอดภัย "มีความสำคัญมากที่สุด" สัดส่วนถึง 64% ของ ผู้ตอบแบบสอบถาม ขณะที่ 30% ระบุว่า "มีความสำคัญอย่างมาก" และมีเพียง 2% เท่านั้นที่มองว่า "ไม่มีความสำคัญ"
          86% ระบุว่าจะพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณกับเทคโนโลยีบล็อกเชนในช่วงปี 2562
          มาร์กาเร็ต ดอว์สัน

          บรรยายใต้ภาพ 
          มาร์กาเร็ต ดอว์สัน