DTACระงับข้อพิพาทCAT งบปี62จ่อขาดทุน4พันล้าน

DTAC ราคาร่วงหนัก 9.19% หลังเซ็นสัญญาระงับข้อพิพาทกับ CAT ภายใต้สัญญาสัมปทาน มูลค่า 9,510.25 ล้านบาท ยันไม่กระทบสภาพคล่อง-ฐานะทางการเงิน จ่อชงที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติต่อไป โบรกฯคาดกระทบงบปี 62 จ่อขาดทุน 4,400 ล้านบาท และกระทบกำไรต่อหุ้น 4 บาท แต่เอื้อประโยชน์การร่วมมือธุรกิจกับ CAT ระยะยาว แนะ “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว”
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 ม.ค. 2562) ราคาหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ปรับตัวลดลงแรง 9.19% ปิดตลาดที่ระดับ 42 บาท ปรับลดลง 4.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,272.14 ล้านบาท หลังที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าทำสัญญาระงับข้อพิพาทกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ที่มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาของการดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทานที่เพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2561 โดยตกลงชำระค่าตอบแทนเพื่อการระงับข้อพิพาทดังกล่าวเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 9,510.25 ล้านบาท
          นายชวิต แสงอุดมเลิศ Head of Investor Relations บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2562 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าทำสัญญาระงับข้อพิพาทกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อระงับข้อพิพาทที่บริษัท และกลุ่มบริษัท มีกับ CAT เป็นจำนวนมาก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาของการดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทานที่ยาวนานกว่า 27 ปี และเพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2561 โดยบริษัทและ CAT ได้เข้าลงนามในสัญญาระงับข้อพิพาทแล้วในวันเดียวกัน
          อย่างไรก็ตาม สัญญาระงับข้อพิพาทกับ CAT ดังกล่าวไม่ได้มีผลเป็นการยุติข้อพิพาทที่มีอยู่ระหว่างบริษัทและ CAT ทั้งหมด แต่เป็นการยุติข้อพิพาทที่มีระหว่างกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงข้อพิพาทที่เป็นคดีความแล้ว เช่น ข้อพิพาทเกี่ยวกับผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มเติมต่าง ๆ และข้อพิพาทที่ CAT แจ้งมายังบริษัทว่า บริษัทไม่ปฏิบัติตามข้อ 14.8 (ข้อห้ามแข่งขัน) ของสัญญาสัมปทาน และข้อพิพาท หรือข้อเรียกร้องที่ CAT อาจเรียกร้องต่อบริษัทในอนาคตภายใต้สัญญาสัมปทาน
          ทั้งนี้ สัญญาระงับข้อพิพาทฉบับนี้ไม่รวมข้อพิพาทเรื่องส่วนแบ่งรายได้ที่เกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต และข้อพิพาทเรื่องส่วนแบ่งรายได้ที่เกี่ยวกับค่าเชื่อมต่อโครงข่าย ซึ่งข้อพิพาทดังกล่าวจะไม่ได้ถูกระงับลงไปโดยผลของสัญญาระงับข้อพิพาทด้วย
          โดยบริษัทตกลงชำระค่าตอบแทนเพื่อการระงับข้อพิพาทข้างต้นเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 9,510.25 ล้านบาท ซึ่งหากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติรายการนี้ บริษัทจะชำระค่าตอบแทนส่วนแรกจำนวน 6,840.25 ล้านบาทให้แก่ CAT ก่อน ส่วนที่เหลือบริษัทจะชำระเมื่อกระบวนการถอนคดีที่ค้างอยู่ในศาลเสร็จสิ้นลงแล้วตามรายละเอียดในสัญญาระงับข้อพิพาท อย่างไรก็ตามบริษัทเห็นว่าการชำระค่าตอบแทนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อสภาพคล่องและฐานะทางการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
          ขณะเดียวกันสัญญาระงับข้อพิพาทจะมีผลเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีระหว่างกันตามที่กล่าวข้างต้นก็ต่อเมื่อรายการนี้ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทแล้ว ซึ่งบริษัทจะนำเสนอรายละเอียดของสัญญาระงับข้อพิพาทให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2562 ของบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยบริษัทจะแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ ให้ทราบต่อไปโดยเร็ว
          สำหรับสัญญาระงับข้อพิพาทระหว่างบริษัท และ CAT ถือเป็นความสำคัญเหตุการณ์หนึ่งจากตลอดระยะเวลาในการร่วมงานกันมายาวนานของทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมทั้งเป็นโอกาสสู่การเริ่มต้นใหม่ในการเป็นพันธมิตรดูแลโครงข่ายหรือโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน สัญญาดังกล่าวยังมีนัยสำคัญในทางลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ซึ่งเกิดจากความไม่แน่นอนในผลของคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ และคำพิพากษา
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT กล่าวว่า การชำระเงินของ DTAC แบ่งเป็น 2 งวด งวดแรกจำนวน 6,840.25 ล้านบาท หากสามารถบันทึกเข้ามาในปี 2562 ได้ จะทำให้บริษัทมีบันทึกรายการพิเศษเข้ามา ส่งผลให้รายได้ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 52,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 45,000 ล้านบาท
          “บริษัทยืนยันว่าไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์ เพราะเรื่องดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ในสัญญายุติข้อพิพาท และสัญญาเช่าอุปกรณ์ไอที โครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์) คลื่น 1800 MHz และ 850 MHz จำนวน 8,000 สถานีฐาน และนอกจากบริษัทจะได้รับเงินในการยุติข้อพิพาทแล้ว ก็จะได้รับเงินที่ DTAC เช่าโครงข่ายของบริษัทปีละ 6,000 ล้านบาทด้วย” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีมุมมอง negative ต่อประเด็นดังกล่าว เนื่องจากการเข้าทำสัญญายุติข้อพิพาทเกี่ยวกับสัมปทานครั้งนี้แสดงถึงการยอมรับการผิดเงื่อนไขสัมปทานในช่วงที่ผ่านมาของ DTAC
          ส่วนผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เบื้องต้นหากอิงจากเม็ดเงินที่ DTAC ยอมสูญเสียประมาณ 9,500 ล้านบาท จะคิดเป็นกำไรต่อหุ้นสูงสุดประมาณ 4 บาท (downside 4 บาท/หุ้น จากราคาเป้าหมายที่ 57 บาท) ทั้งนี้หากผู้ถือหุ้นมีมติยอมรับการทำสัญญาครั้งนี้ คาดว่า DTAC อาจต้องตั้งสำรองรายจ่ายจากสัญญานี้ในไตรมาส 1/2562 สูงสุดประมาณ 9,500 ล้านบาท และส่งผลประมาณการกำไรทั้งปี 2562 ที่ 3,230 ล้านบาท มีโอกาสเกิด downside เป็นขาดทุนประมาณ 4,400 ล้านบาท กระทบความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในระยะสั้น แต่ไม่กระทบฐานะการเงิน เนื่องจาก Net Debt to EBITDA ของ DTAC ต่ำเพียง 0.7เท่า
          อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวยังไม่ถือเป็นที่สุดต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นอีกครั้ง และมองว่าการทำสัญญาในครั้งนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อการร่วมมือทางธุรกิจกับ CAT ในระยะยาว จึงแนะนำ “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” หากราคาหุ้นลงใกล้ 8-9% ที่เป็น downside