"เอเยนซี"ฮึดสู้ ลุยควบกิจการ

'ปับลิซีสกรุ๊ป'เทกฯดิจิตอลเอเยนซี
          ยักษ์เอเยนซีไล่ควบรวมกิจการต่อยอดดิจิตอล แพลตฟอร์ม จับตา "ปับลิซีส กรุ๊ป" เทกโอเวอร์ บริลเลียนแอนด์มิลเลียน ขณะที่ "YDM Thailand" ซุ่มจีบ FCB Bangkok ด้าน 3 ค่ายมือถือเร่งสปีดนำ AI เสริมแกร่งด้านบริการ
          การเสพสื่อดิจิตอลในประเทศไทย จัดว่าอยู่อันดับต้นๆของโลก แต่เมื่อเปรียบเทียบการใช้เม็ดเงินในสื่อออนไลน์จะยังมีปริมาณน้อยอยู่มาก หรือไม่สอดคล้องกับตลาด กล่าวคือหากมีเงิน 100 บาท จะใช้เงินในสื่อออนไลน์เพียง 15 บาทเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงควรจะใช้เงินราว 40 บาท ตามอัตราค่าเฉลี่ยของโลก ดังนั้นโอกาสที่สื่อออนไลน์จะเติบโตและมีการใช้เม็ดเงินสูงขึ้นได้อีกมาก ขณะที่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าบริษัทเอเยนซี โฆษณาต่างให้ความสำคัญและเพิ่มน้ำหนักไปยังสื่อดิจิตอลมากขึ้น และผลที่เกิดขึ้นตามมาคือปัญหาด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ ความเข้าใจด้านดิจิตอลขาดแคลนทั้งในส่วนของนักการตลาด นักขาย รวมถึงนักสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟ)
          ดังนั้นจึงเห็นการควบรวมกิจการของเน็ตเวิร์กเอเยนซี และโลคัล เอเยนซีเป็นระยะๆ ถือเป็นทางลัดในการสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กร รวมทั้งการขยายแพลตฟอร์มการให้บริการและขยายกิจการ ทำให้ตอบโจทย์ ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความครบวงจรยิ่งขึ้น
          ปับลิซีสควบรวมเอเยนซีไทย
          รวมถึงการควบรวมกิจการล่าสุดของบริษัท ปับลิซีส กรุ๊ป จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดและการตลาดดิจิตอลระดับโลก ที่เข้าเทกโอเวอร์กิจการบริษัท บริลเลียน แอนด์มิลเลียน จำกัด ดิจิตอลเอเยนซี สัญชาติไทย ที่ฝีมือฉกาจระดับแนวหน้า เพราะปับลิซีส กรุ๊ป เป็นเอเยนซีระดับโลก มีพนักงานกว่า 8 หมื่นคนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก มีบริษัทในเครือที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ประกอบไปด้วย ลีโอ เบอร์เนทท์ (Leo Burnett) ซาทชิแอนด์ซาทชิ (Saatchi & Saatchi) อัลฟ่า 245 (Alpha 245) อาร์ค (Arc) เรเซอร์ฟิช (Razorfish) เอ็มเอสแอล (MSL) ดิจิทาส (Digitas) สตาร์คอม (Starcom) สปาร์ค ฟลาวดรี้ (Spark Floundry)
          ขณะที่บริลเลียนแอนด์มิลเลียน ถือเป็นสายเลือดไทยแท้ จากกลุ่มนักคิด นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ที่บุกเบิกอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิตอลเมื่อ 10 ปีก่อน สร้างสรรค์ผลงาน แคมเปญการตลาดออกสู่สายตาผ่านแบรนด์ต่างๆกว่า 100 แบรนด์ในเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรางวัลการันตีมากมาย ถือว่าฝีมือไม่ธรรมดา
          โดยนายศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT กล่าวแสดงความคิดเห็นกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า รูปแบบการทำงานของเน็ตเวิร์ก เอเยนซี คือการขยายกิจการในรูปแบบพาร์ตเนอร์หรือซื้อกิจการเมื่อไปอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งการซื้อกิจการหรือจับมือทำงานร่วม เพื่อต้องการเติมเต็มในส่วนของบริการที่ขาดหายไป หรือซื้อสิ่งที่บริษัทตัวเองไม่มีความเชี่ยวชาญ และถ้าเป็นเรื่องของดิจิตอล ส่วนใหญ่ก็ต้องการองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบุคลากรที่มีทักษะด้านนี้ เพราะหากสร้างคนขึ้นมาก็อาจะต้องใช้เวลานาน หรือบางบริษัทก็อาจจะต้องการ Data และ Research เป็นต้น ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป
          YDM จับมือ FCB รุกตลาดไทย
          อีกหนึ่งเอเยนซีที่ต้องจับตามองถึงการขยับตัวครั้งใหญ่ คือ YDM Thailand บริษัทดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง โซลูชันรายใหญ่ของเมืองไทย ที่ล่าสุดมีแผนเข้าควบรวมกิจการกับ FCB Bangkok บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของโลก ที่มีลูกค้าในมือมากมาย ทั้งนีเวีย M-150 แอร์เอเชีย โอริโอ และยูเซอรีน เป็นต้น
          การนำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาใช้ไม่ใช่เฉพาะในวงการเอเยนซีเท่านั้น แต่ในวงการสื่อสารก็แข่งขันรุนแรงไม่น้อยกว่ากัน เห็นได้จากการที่ค่ายมือถือต่างเสริมแกร่ง โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดให้บริการ โดยพบว่า ผู้ให้บริการ 3 ค่ายมือถือ คือ เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ต่างปรับตัวรับกับกระแสที่เกิดขึ้น
          AIS เปิดตัว "ลิซ่า"
          เริ่มเห็นได้ชัดเจนเมื่อ นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส ออกมาเปิดเผยหน้าแฟนเพจ "AIS Employee Activities" ว่า ในปีที่ผ่านมาการแข่งขันรุนแรงมาจากการกระทบของเทรนด์เทคโนโลยีดิสรัปชันที่มากระทบกับอุตสาหกรรมของเรารวมถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งในปีนี้เชื่อว่าการแข่งขันก็จะรุนแรงไม่แตกต่างกับในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจะเป็นการนำมาซึ่งโอกาสที่จะปรับปรุงตัวก้าวไปสู่เรื่องของการเป็นดิจิตอลไลฟ์เซอร์วิสโพรไวเดอร์อย่างสมบูรณ์แบบและแน่นอนจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วย เช่นเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ หรือ เอไอ ที่ได้รู้จักกันมานานแล้ว
          "ปีที่แล้วผมรับอเล็กซ์มาเป็นพนักงานประจำช็อปของเราเพื่อคอยดูแลลูกค้าในปีนี้เราได้รับลิซ่ามาเป็นพีอาร์สาวสวย ประจำที่เอไอเอสดีซีศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียมและมาแนะนำสินค้าและบริการต่างๆ ให้กับลูกค้าของเราซึ่งนี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่มีการใช้เอไอและโรโบติกหรือหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในการทำงานของเราอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองสู่ยุคดิจิตอลไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์"
          ก่อนหน้านี้ เอไอเอส ได้นำ AI Alex Robot นวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถโต้ตอบและสนทนากับลูกค้าได้ด้วยภาษาไทย ให้ข้อมูลสินค้าและบริการได้เสมือนเป็นพนักงาน AIS Shop เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่พัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะเพื่อให้บริการลูกค้าได้จริงปัจจุบัน Alex Robot ให้บริการที่ AIS Shop 6 สาขา คือ เซ็นทรัลเวิลด์, ไอคอน สยาม,ดิเอ็มควอเทียร์,เซ็นทรัล โคราช,เซ็นทรัล เชียงใหม่ และ เซ็นทรัล เฟสติวัลภูเก็ต (ให้บริการ 11 ม.ค. พร้อมเปิดช็อป)
          ทรูตั้งหน่วย AI
          ส่วนทางด้านบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีบริษัทฯในเครือให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้ชื่อ "ทรูมูฟ เอช" ได้จัดตั้งหน่วยงาน AI ( Artificial Intelligence) อยู่ภายใต้หน่วยงาน Advanced Analytic -Telco ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ชื่อ "มะลิ" ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเชิงรุกประเมินผลการใช้งานของลูกค้าในเครือทั้งหมด
          "ซอฟต์แวร์ มะลิ" เราพัฒนามาสักระยะหนึ่งแล้วและได้จดลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญา และลดต้นทุนให้กับองค์กรค่อนข้างมาก แม้จะนำ "AI" เข้ามาใช้ ทรู ไม่มีนโยบายปรับลดพนักงาน แต่จะใช้วิธีย้ายไปรับงานบริการด้านอื่นๆ เช่น บริการหลังการขาย"
          สำหรับ ดีแทค ได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้ง dtac AI Lab โดยตั้งเป้าภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้ AI Lab ต้องจัดหาข้อมูล ระยะเริ่มต้น AI Lab จะมุ่งเน้นที่กระบวนการที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการทำงานโดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการทำงาน เช่น พัฒนาระบบการยืนยันตัวตน (ID verification system) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และความรวดเร็วในการประมวลผลการยืนยันการลงทะเบียนซิม เป็นต้น

          บรรยายใต้ภาพ 
          ศิวัตร เชาวรียวงษ์