COM7ปัดผู้บริหารขายหุ้นลุ้นปี61กำไรโต891ล้าน

“สุระ” ยันผู้บริหารไม่ได้เทขายหุ้น พร้อมการันตีพื้นฐานธุรกิจไม่เปลี่ยนแปลง ส่วน “แอปเปิล อิงก์” ลดยอดขายไอโฟน ชี้ไม่กระทบผลประกอบการบริษัท ลั่นยอดขายไตรมาส 4/61 พุ่ง หนุนยอดขายปี 61 โตตามเป้า โบรกฯคาดไตรมาส 4/61 มีกำไรสุทธิ 253 ล้านบาท โต 19% ดันปี 61 ฟันกำไรสุทธิ 891 ล้านบาท โต 46% เชียร์ “ซื้อ” เป้าราคา 24 บาท
          นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยถึงกรณีราคาหุ้น COM7 ปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมาว่า ไม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้น COM7 ปรับตัวลดลง และขอยืนยันว่าในส่วนของผู้บริหารไม่ได้มีการขายหุ้นออกมาอย่างแน่นอน เนื่องจากหากมีการขายหุ้นจะต้องมีการรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
          ส่วนที่มีกระแสข่าวลือออกมาว่า ราคาหุ้น COM7 ปรับตัวลดลงแรงอาจจะมาจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขายหุ้นออกมานั้น โดยส่วนตัวไม่ทราบว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีการขายหุ้นออกมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามพื้นฐานบริษัทยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด โดยยอดขาย iPhone และยอดขายสมาร์ตโฟนยังคงดีอยู่
          “ไม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้น COM7 ปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ยอดขาย iPhone และยอดขายสมาร์ตโฟนยังดี ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2562 ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะเดียวกันยืนยันว่าผู้บริหารในกลุ่มไม่มีใครเทขายหุ้นออกมา จนเป็นสาเหตุให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรง เพราะถ้าขายหุ้นต้องมีรายงานออกมาแล้ว แต่ในส่วนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ทราบว่าขายหุ้นออกมาหรือไม่” นายสุระ กล่าว
          สำหรับภาพรวมธุรกิจปี 2561 เป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้ สอดรับกับการเติบโตของตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศไทยที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากสมาร์ตโฟนจัดเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อผู้บริโภคค่อนข้างมาก และเป็นสินค้าที่มีอัตราการเปลี่ยนรุ่นค่อนข้างสูง หลังจากที่มีสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเป็นพันธมิตรในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จัดโปรโมชั่นทางการตลาดที่หลากหลาย ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยมีความสมเหตุสมผลและจูงใจให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
          ทั้งนี้ แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 4/2561 บริษัทเชื่อมั่นว่าจะได้เห็นการเติบโตที่น่าพอใจ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของตลาดสมาร์ตโฟน รวมไปถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ประกอบกับเป็นช่วงที่มีการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ค่อนข้างมาก
          ส่วนกรณีที่มีความกังวลต่อความนิยมของสินค้า Apple หลังจากที่บริษัท แอปเปิล อิงก์ ให้ข้อมูลเรื่องการปรับลดประมาณการยอดขายและรายได้นั้น ไม่กระทบกับผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทแน่นอน เนื่องจากบริษัทเป็นผู้จำหน่ายสินค้า Apple ในประเทศไทย ซึ่งยังเติบโตอยู่ แม้ว่ากระแส iPhone รุ่นใหม่ อาจจะไม่เติบโตเท่าปีที่ผ่านมา จากการที่มีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ของประชากรไทยโดยเฉลี่ย แต่ยังคงมียอดขายที่ดีอยู่  ประกอบกับบริษัทมีการกระจายพอร์ตการจำหน่ายสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากสินค้าใดสินค้าหนึ่งมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว และบริษัทยังได้เพิ่มกลยุทธ์ด้วยการสั่งสินค้า iPhone รุ่นเก่ามาขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อปานกลาง
          นอกจากนี้ ยอดขายสินค้าอื่นของ Apple ยังคงเติบโตมากกว่า 2 หลัก ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Apple เช่น MacBook, Apple Watch, iPad และทุกพอร์ตธุรกิจของบริษัทก็มีการเติบโตดี โดยสังเกตได้จากช่องทางการจำหน่ายสินค้าของบริษัทที่มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าอื่นที่ไม่ใช่ Apple เช่น ร้าน BaNANA, BKK และล่าสุด KingKong Phone ซึ่งรวมกันมีมากกว่า 500 สาขา ในขณะที่ร้าน Studio7 มี 100 สาขา
          ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มสินค้าโทรศัพท์มือถือ 54% ไอที 27% อุปกรณ์เสริม 17% และรายได้จากการให้บริการ 2%
          *โบรกฯคาดปี 61 กำไรโต 46%
          บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ราคาหุ้น COM7 ที่ปรับตัวลงมา 60% ตั้งแต่กลางเดือน พ.ย. 2561 มาจากความกังวลผลกระทบจากการเปิด Apple Store และการปรับลดประมาณการยอดขายของบริษัท Apple โดยประเมินยอดขายในไตรมาส 1/2562 (ต.ค.-ธ.ค. 2561) จากที่ประเมินว่าจะมียอดราว 89,000-93,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลง 5.6-9.7%
          อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดมีความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ถึงแม้ว่าปัจจุบันรายได้ของ COM7 มาจากแบรนด์ Apple อยู่ที่ 50% และอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในสัดส่วน 40% ซึ่งประเมินว่ารายได้ของ COM7 จะได้รับผลกระทบประมาณ 7-12% เท่านั้น เนื่องจากรายได้ของ COM7 จากแบรนด์ Apple ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 5,520 ล้านบาท ในปี 2561 และคาดว่าปี 2562 อยู่ที่ 6,490 ล้านบาท
          ขณะที่ประเมินเมื่อเทียบเคียงกับรายได้จากการขายผ่านสาขาของ Apple Store ใน Asia Pacific ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อสาขา รายได้ของ COM7 จะได้รับผลกระทบราว 6-7% ของรายได้รวมเท่านั้น โดยมองว่าการเปิด Apple Store จะมีผลต่อสาขาของ COM7 บางส่วน ในสาขาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่ง COM7 มีสาขา Studio7 จำนวน 92 สาขา อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 23 สาขา และส่วนที่เหลืออีก 69 สาขา ในต่างจังหวัด
          ดังนั้นภาพรวมยังคาดแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องสำหรับ COM7 โดยคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/2561 อยู่ที่ 253 ล้านบาท เติบโต 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเติบโต 8% จากไตรมาสก่อน มาจากยอดขายคาดอยู่ที่ 7,780 ล้านบาท เป็นการเติบโตทั้งแบรนด์ Apple ซึ่งยอดขายดีตามการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Ipad Pro, Apple Watch Series 4 และสินค้าสมาร์ตโฟนแบรนด์อื่น ๆ อาทิ Samsung, OPPO และ Huawei ที่เปิดตัว โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.4% และค่าใช้จ่ายการขายและบริหารอยู่ที่ 9.2% สำหรับทั้งปี 2561 คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 891 ล้านบาท เติบโต 46.4% จากปีก่อน เนื่องจากการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า
          ส่วนปี 2562 คาดว่าจะเห็นการเติบโตของสัดส่วนจากแบรนด์อื่น ๆ เพิ่มเติม การรับรู้การเข้าซื้อกิจการ KingKong Phone และการเริ่มช่องทางออนไลน์ และแฟรนไชส์ ที่คาดว่าจะเห็นชัดเจนในไตรมาส 1/2562 เป็นต้นไป นอกจากนี้มองว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนถึงความกังวลต่อผลกระทบจากยอดขาย Apple ที่ลดลงไปแล้ว ดังนั้น ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24 บาท/หุ้น
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น COM7 นับตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. 2561 จนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2562 ปรับตัวลดลง 61.54% และในวันที่ 4 ม.ค. 2561 กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.05% ส่วนความเคลื่อนไหวราคาหุ้น วันที่ 7 ม.ค. 2562 เปิดตลาดที่ระดับ 13.70 บาท ทำราคาสูงสุดของวันที่ระดับ 13.90 บาท ต่ำสุดของวันที่ระดับ 13.40 บาท และปิดตลาดที่ระดับ 13.40 บาท ปรับลดลง 0.10 บาท หรือคิดเป็นลดลง 0.74% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 305.94 ล้านบาท