ALTปรับโครงสร้างธุรกิจ โอนโครงข่ายSRTให้ลูก หวังขยายงานในอนาคต

ALT ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ โอนโครงข่าย SRT ระยะทาง 4,939 กิโลเมตร มูลค่า 612.73 ล้านบาท ให้บริษัทย่อย เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานให้คล่องตัว
          นายสมบุญ เศรษฐ์สันติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ด้วยการโอนขายโครงข่ายใยแก้วนำแสงพร้อมวงจรและอุปกรณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตามแนวทางรถไฟและทางหลวง (โครงการ SRT) ให้แก่ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด หรือ IG ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 100% เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานให้มีความคล่องตัว ซึ่งเป็นปัจจัยการแข่งขันที่สำคัญภายใต้สภาพอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในปัจจุบันที่มีอัตราการแข่งขันที่สูงมาก
          โดยรายการทรัพย์สินที่โอน ได้แก่ โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง จำนวน 24 Cores ระยะทางรวม 4,939 กิโลเมตร พร้อมวงจรและระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง บนเส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และทางหลวงแผ่นดิน มูลค่ารวม 612.73 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2560-28 ธ.ค. 2561
          ทั้งนี้ ผู้ซื้อ คือ IG ได้ชำระราคาให้แก่ผู้ขาย คือ บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุน 6,150,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท) รวมเป็นมูลค่าหุ้นทั้งสิ้น 615 ล้านบาท สำหรับมูลค่าหุ้นส่วนที่เกินกว่าราคาทรัพย์สินที่ซื้อขายจำนวน 2.27 ล้านบาท บริษัทจะชำระแก่ IG ด้วยเงินสด
          สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่นี้เพื่อเพิ่มความชัดเจนและคล่องตัวในการบริหารงาน โดย IG เป็นบริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อดำเนินโครงการนี้เป็นการเฉพาะมีคณะผู้บริหารที่มีความรู้และประสบการณ์เฉพาะด้าน สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ
          อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินที่บริษัทโอนให้แก่ IG เป็นเพียงบางส่วนของทรัพย์ของบริษัทเท่านั้น ในโครงการ SRT เอง บริษัทยังคงเหลือจำนวนคอร์เคเบิลบนโครงข่ายที่เพียงพอต่อการให้บริการ Dark Fiber แก่ลูกค้าผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telecome Operator) ทั้งที่เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะต่างจาก IG ที่ให้บริการแต่เพียง Bandwidth เท่านั้น ไม่มีบริการ Dark Fiber ซึ่งจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมในต่างประเทศเป็นสำคัญ ดังนั้นทั้ง 2 บริษัทจึงไม่มีความขัดแย้งกันเองในการให้บริการแก่ลูกค้า
          นอกจากนี้ บริษัทยังคงมีทรัพย์ที่ได้ลงทุนในโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินที่ได้ดำเนินการไปแล้ว 3 เส้นทางของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน และถนนพญาไท โครงการนวนครสมาร์ทซิตี้ ในส่วนของโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงภายในสวนอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการ BTS Xpress Wi-Fi ที่เปิดให้บริการบนสถานีรถไฟฟ้า BTS ในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2561