ITELเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจ หวังดันรายได้-กำไรเติบโตตามเป้า

ผู้จัดการรายวัน360 - อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม เดินหน้าธุรกิจเชิงรุก สร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม เร่งบริหารต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน หวังให้ธุรกิจแบบครบวงจร ล่าสุดให้บริการ MPLS เพิ่มอีกทาง ปักเป้าหมายรายได้ปี 62 แตะ 2,000 ล้านบาท หลังคว้างานโครงการ USO เฟส 2 ของ กสทช. มูลค่า 3,560 ล้านบาท  ดันงานในมือเป็นทะลุ  6,000 ล้านบาท เผยภายใน 3-5 ปีนี้จากนี้ รายได้และกำไรเติบโต 40% และ 20%  ตามลำดับ
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่าล่าสุด ITEL เปิดให้บริการ MPLS (Multiprotocol Label Switching) ซึ่งเป็นทางเลือกของโซลูชั่นแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกความต้องการและตอบรับการแข่งขันยุคดิจิทัล ทำให้การรับ-ส่งข้อมูลระหว่างองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเสถียรสูงสุด ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกการให้บริการแก่ลูกค้าระดับองค์กรที่มีขนาดเล็กจนถึงระดับใหญ่ ที่ปรับขนาดได้และเป็นอิสระ สามารถสร้างวงจรแบบต้นทางจนถึงปลายทาง (end-to-end) ข้ามทุกประเภทของสื่อกลางในการส่งข้อมูล
          หลังจากก่อนหน้า ที่เปิดให้บริการ Dark Fiber ซึ่งให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลของผู้ใช้บริการผ่านโครงข่าย Interlink Fiber Optic  ซึ่งITEL  จะเป็นผู้ดูแลโครงข่ายใยแก้วนำแสงให้มีการใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อและให้คำปรึกษาบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
          "สิ่งที่เรา ให้ความสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การสำรวจแนวสายสัญญาณในการติดตั้งหน้างานจริงให้กับลูกค้า ซึ่งล้วนผ่านทางโครงข่าย Interlink  Fiber  Optic เป็นโครงข่ายที่ผสมผสานระหว่างโครงข่ายหลักตามเส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย เส้นทางสำรองและเส้นทางย่อยตามเส้นทางถนนผ่านเสาไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อเข้าถึงลูกค้า ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลด้วยโครงข่าย ของบริษัทฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ"  นายณัฐนัย กล่าว
          ดังนั้น จากงานและลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ITEL จึงปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2561 เป็น 1,600 ล้านบาท โตเกิน 40% จากเป้าหมายเดิมอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท หรือเติบโต 40% หลังจากผลงานงวด 9 เดือนอยู่ที่กว่า 90% ของเป้าหมายที่วางไว้เมื่อช่วงต้นปี และการได้งานโครงการ USO เฟส 2 เพิ่มเติมเข้ามาอีก มีผลทำให้ผลประกอบการปี 2561 เติบโตเกินเป้าหมาย อีกทั้งยังมีงานอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างรอผลการประมูล
          ล่าสุดบริษัทฯ ได้งานของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเปิดประมูลโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) จำนวน 15,732 หมู่บ้าน หรือ USO 2 โดยประกอบไปด้วยสัญญากลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 ซึ่งเข้าประมูลในนามคอนโซเตียมกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสัญญากลุ่มที่ 8 ภาคใต้ ซึ่งเข้าประมูลในนาม  ITEL มูลค่ารวมกันกว่า 3,560 ล้านบาท เมื่อนำมารวมกับงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog)  ที่ปัจจุบัน 2,500  ล้านบาท ทำให้บริษัทมีงานในมือเพิ่มขึ้นเป็น 6,060 ล้านบาท โดยสัญญาโครงการ USO เฟส 2 มีระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี  ซึ่งปีแรกจะต้องดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จ40%  ของมูลค่างานทั้งหมด และให้บริการต่อเนื่องระยะ 5 ปีหลังส่งมอบ
          นายณัฐนัย กล่าวถึงแผนงานปี 2562 ว่า จากงานในมือที่มีเพิ่มขึ้นและแผนธุรกิจที่ชัดเจน จึงปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้เป็น 2,000 ล้านบาท จากเดิมที่วางไว้ 1,800 ล้านบาท และมองว่าในปี 62 เทรนด์ของการลงทุนเกี่ยวกับการสื่อสารยุคดิจิทัลจะมีงานออกมาอีกมาก ซึ่ง ITEL พร้อมเดินหน้าประมูลต่อเนื่อง
          "ธุรกิจให้บริการติดตั้งโครงข่ายมีแนวโน้มเติบโตไปตามเทรนด์ 4G และ 5G จากการที่ผู้ให้บริการมือถือมีการขยายโครงข่าย โดย ITEL เป็นหนึ่งในซัปพลายเออร์ที่ติดตั้งโครงข่าย ให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำ การเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ 5G ที่กำลังมา จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อจากการใช้งาน IOT ต่างๆ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นผลบวกกับบริษัทเรา" นายณัฐนัย กล่าว
          ทั้งนี้ ITEL ตั้งเป้าหมาย 3-5 ปีนี้ รายได้ต้องเติบโต 40% ขณะอัตรากำไรสุทธิหวังให้โตระดับ 20% ภายในปี 2564 และนับจากปี 2562 ITEL จะดำเนินธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ บริหารต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยจะให้ความสำคัญกับธุรกิจแบบครบวงจรรวมถึงการค้นหาธุรกิจใหม่ๆ อันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับบริษัทและเติบโตยั่งยืน.

          บรรยายใต้ภาพ 
          ณัฐนัย อนันตรัมพร