TRUE-ITELกินรวบ เน็ตบ้านฟรี4พันล้าน กสทช.อุดหนุน 6 แสนครัวเรือน 3 ปี เริ่ม 1 พ.ค.62

 TRUE-ITEL จ่อกินรวบ “กสทช.” ทุ่มงบ 4,000 ล้านบาท อุดหนุนค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตบ้าน 200 บาท/เดือน ให้ผู้มีรายได้น้อยกว่า 600,000 ครัวเรือน ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ใช้ฟรี 3 ปี เริ่ม 1 พ.ค. 62-30 เม.ย. 65
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.สนองนโยบายรัฐบาลคืนความสุขให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของการดำเนินโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบจำนวน 3,920 หมู่บ้าน หรือโครงการเน็ตชายขอบให้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าน
          โดย กสทช.จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับครัวเรือนของผู้มีรายได้น้อยดังกล่าว ให้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าน อัตราความเร็ว 30/10 Mbps ฟรี 200 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 3 ปี เริ่มให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1  พ.ค. 2562-30 เม.ย. 2565 ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)
          ทั้งนี้ จากผลการสำรวจข้อมูลจากพื้นฐานเชิงสังคมพบว่า ประชาชนทั้งหมดในพื้นที่โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนประมาณ 2.1 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 6.3 ล้านคน โดยเป็นประชากรในพื้นที่ชายขอบที่ผ่านเกณฑ์เป็นผู้มีรายได้น้อยภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 กว่า 600,000 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 1.8-2 ล้านคน
          “ถึงแม้ว่า กสทช.กำหนดอัตราค่าบริการ 200 บาท/ครัวเรือน/เดือนแล้ว แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อยในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ดังนั้น กสทช.จะจ่ายค่าบริการในส่วนนี้ให้กับเอกชน เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท จาก กทปส.” นายฐากร กล่าว
          สำหรับการดำเนินการ สำนักงาน กสทช.จะมีหนังสือแจ้งไปยังครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่โครงการทั้งกว่า 600,000 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 16 ม.ค.-15 มี.ค. 2562 เพื่อขอให้ส่งหลักฐานยืนยันการขอรับสิทธิดังกล่าวมายังสำนักงาน กสทช.โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  ได้แก่ ช่องทางไปรษณีย์ตอบรับที่จะแนบไปพร้อมหนังสือที่ส่งถึงบ้านท่าน ส่งกลับมายังสำนักงาน กสทช. หรือสำนักงานเขต และสำนักงานภูมิภาค สำนักงาน กสทช.ที่อยู่ใกล้ท่าน รวมทั้งช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ USOFREENET@nbtc.go.th
          ส่วนกรณีไม่ได้รับหนังสือ แต่เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยในพื้นที่โครงการเน็ตชายขอบ สามารถติดต่อมายังเบอร์ 1200 Call center ของสำนักงาน กสทช.ฟรี เพื่อขอรับแบบฟอร์มการขอรับสิทธิได้ในช่วงระหว่างวันที่ 16 ม.ค.-15 มี.ค. 2562 และหากพ้นจากวันที่ 15 มี.ค. 2562 ไปแล้ว ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์แต่ไม่ได้รับหนังสือติดต่อแจ้งสิทธิ์ก็ยังสามารถติดต่อขอรับสิทธิ์เข้ามาที่สำนักงาน กสทช.ได้ แต่ระยะเวลาการรับสิทธิ์จะเริ่มต้นนับตั้งแต่วันเริ่มรับสิทธิ์จนถึงวันสิ้นสุดโครงการ ในวันที่ 30 เม.ย. 2565
          นอกจากนี้ ภายใต้โครงการเน็ตชายขอบ จะมีจุดกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (Free WiFi) ทั้งในชุมชนและหน่วยงานของรัฐที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 5,992 จุด แบ่งเป็นติดตั้งในชุมชนในหมู่บ้าน 3,912 จุด โรงเรียน 1,210 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. 107 แห่ง รวมถึงมีศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ (ศูนย์ USO Net) จำนวน 763 ศูนย์ โดยมีเครื่องคอมพิวเตอร์และมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คอยให้คำแนะนำ โดยทั้งหมดนี้จะให้บริการฟรีเป็นเวลา 5 ปี โดยเป็นเงินจาก กทปส.วงเงินประมาณ 19,000 ล้านบาท
          TRUE-ITEL แบ่งเค้กแจกเน็ตฟรี
          จากการสำรวจพบว่า หุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการที่ กสทช.สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับครัวเรือนของผู้มีรายได้น้อยดังกล่าว ให้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านฟรี 200 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 3 ปี ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL
          เนื่องจากบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ TRUE เป็นบริษัทที่ชนะการประมูลโครงการเน็ตชายขอบ ส่วนที่ 1 การให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ 1) จำนวน 1,013 หมู่บ้าน และ ITEL เป็นบริษัทที่ชนะการประมูลกลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ใต้) จำนวน 752 หมู่บ้าน และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) จำนวน 56 หมู่บ้าน
          ขณะที่กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ 2) จำนวน 1,014 หมู่บ้าน และ กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 1,085 หมู่บ้าน ผู้ชนะประมูล ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT