กสทช.จ่อเซ็นสัญญา โครงการเน็ตโซนซี เร็วสุดในเดือนธ.ค.นี้

กสทช.จ่อเซ็นสัญญาโครงการเน็ตโซนซี 7 สัญญา เร็วสุดภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 2561 ส่วนอีก 1 สัญญา คาดประกาศผลผู้ชนะได้ในอีก 1 สัปดาห์ และเซ็นสัญญาได้กลางเดือน ม.ค. 62 ยันไม่กระทบกรอบทำงานเดิม
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจาก กสทช.ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างโครงการจัดให้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) หรือโครงการ NET ห่างไกล Zone C ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จำนวน 7 กลุ่ม จากทั้งหมด 8 กลุ่ม เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา หากไม่มีการอุทธรณ์กับทางกรมบัญชีกลางภายใน 15 วัน คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 2561
          ส่วนอีก 1 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 2 ภาคเหนือ 2 จำนวน 1,851 หมู่บ้าน วงเงินงบประมาณ 2,325 ล้านบาทที่ล่าช้า คาดว่าอีก 1 สัปดาห์ จะสามารถประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาได้ และหากไม่มีการอุทธรณ์ จะสามารถลงนามในสัญญาได้ช่วงกลางเดือน ม.ค. 2562 อย่างไรก็ตาม โดยรวมไม่กระทบต่อกรอบเวลาการทำงานของโครงการ โดยจะสามารถติดตั้งได้ 50% ภายในเดือน เม.ย. 2562 และเพิ่มเป็น 100% ภายในเดือน พ.ค. 2562
          ทั้งนี้ รายชื่อผู้ชนะการประกวดราคา จำนวน 7 กลุ่ม จากทั้งหมด 8 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ภาคเหนือ 1 จำนวน 2,289 หมู่บ้าน ผู้ชนะ ได้แก่ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,324.56 ล้านบาท กลุ่มที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จำนวน 1,950 หมู่บ้าน ผู้ชนะ ได้แก่ กิจการค้าร่วม ล็อกซไวร์-สกาย เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,658 ล้านบาท
          กลุ่มที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จำนวน 2,124 หมู่บ้าน ผู้ชนะ ได้แก่ บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ  SIMAT เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,248 ล้านบาท กลุ่มที่ 5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จำนวน 2,099 หมู่บ้าน ผู้ชนะ ได้แก่  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,609.50 ล้านบาท
          กลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 จำนวน 1,921 หมู่บ้าน ผู้ชนะ ได้แก่ กิจการค้าร่วมไอเทล และสกาย เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน  2,196 ล้านบาท กลุ่มที่ 7 ภาคกลาง 2 จำนวน 1,917 หมู่บ้าน ผู้ชนะ ได้แก่ ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,504.33 ล้านบาท และกลุ่มที่ 8 ภาคใต้ จำนวน 1,581 หมู่บ้าน ผู้ชนะ ได้แก่ ITEL เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,460 ล้านบาท