SIMATคว้าเน็ตห่างไกลโซนซี เตรียมปิดดีลเซ็นสัญญาธ.ค.นี้

 SIMAT ชนะประมูลโครงการเน็ตห่างไกลโซนซี 2,248 ล้านบาท จ่อปิดดีลเซ็นสัญญาภายใน ธ.ค.นี้ พร้อมบุ๊กรายได้ทันทีตั้งแต่ไตรมาส 1/62
          นายนรัตถ์ สาระมาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT เปิดเผยว่า ล่าสุดทางบริษัทได้ชนะประมูลงานโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) กลุ่มที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2
          โดยมีมูลค่างานจำนวน 2,248 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
          สำหรับโครงการนี้จะจัดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (Wi-Fi) ในหมู่บ้าน, จัดให้มีอาคารศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (USO Net), จัดให้มีห้องบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (USO Wrap), จัดให้มีบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะสำหรับโรงเรียน, รวมถึงการจัดให้มีบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะสำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล
          ดังนั้น โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล จะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในอนาคตของบริษัทเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดจะลงนามในสัญญารับงานได้ประมาณปลายเดือนธันวาคม 2561 และทางบริษัทจะสามารถเริ่มดำเนินงานได้ทันทีหลังการลงนามในสัญญา พร้อมกับทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2562 เป็นต้นไป มีระยะเวลาการส่งมอบงาน 5 ปีตั้งแต่เริ่มดำเนินการ
          "บริษัทมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้ารับงานโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลโซนซีในครั้งนี้  โดยจะส่งผลให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่โครงการจะได้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะเดียวกันการได้รับงานในครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทมียอดงานในมือเพิ่มขึ้น และจะทยอยส่งมอบระยะยาวถึง 5 ปี” นายนรัตถ์ กล่าว
          ทั้งนี้ โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) กลุ่มที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จะครอบคลุมเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์, จังหวัดมหาสารคาม, จังหวัดยโสธร, จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดศรีสะเกษ, จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี และครอบคลุมพื้นที่ 2,124 หมู่บ้าน
          ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2561 ที่ผ่านมา ทางบริษัทมีรายได้รวมจำนวน 1,362 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 8.95 ล้านบาท และภาพรวมงวดปี 2560 มีรายได้รวม 1,532 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 0.85 ล้านบาท