ITEL-SKY-SIMATข่าวดี ชนะประมูลคว้าเน็ตโซนซี

  “ITEL-SKY-SIMAT-TRUE-LOXLEY” วิ่งรับข่าวดีชนะประมูลโครงการ NET ห่างไกล Zone C โดย ITEL คว้ากลุ่ม 8 ภาคใต้ มูลค่า 2,460 ล้านบาท พร้อมควง SKY ชนะประมูลกลุ่ม 6 ภาคกลาง 1 มูลค่า 2,196 ล้านบาท ฟาก SIMAT ชนะประมูลกลุ่ม 4 ภาคอีสาน 2 มูลค่า 2,248 ล้านบาท ส่วน TRUE คว้ากลุ่ม 1 ภาคเหนือ 1 และกลุ่มที่ 7 ภาคกลาง 2 มูลค่ารวม 4,822.89 ล้านบาท ด้าน LOXLEY ผนึก SKY คว้ากลุ่มที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 มูลค่า 2,658 ล้านบาท
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างโครงการจัดให้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) หรือ โครงการ NET ห่างไกล Zone C ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จำนวน 7 กลุ่ม จากทั้งหมด 8 กลุ่ม
          โดยกลุ่มที่ 1 ภาคเหนือ 1 จำนวน 2,289 หมู่บ้าน ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,324.56 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 2,356 ล้านบาท
          กลุ่มที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จำนวน 1,950 หมู่บ้าน ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วม ล็อกซไวร์-สกาย ซึ่งเป็นกิจการค้าร่วมระหว่างบริษัท ล็อกซเล่ย์ ไวร์เลส จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY และบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,658 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 2,741 ล้านบาท
          กลุ่มที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จำนวน 2,124 หมู่บ้าน ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,248 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 2,297 ล้านบาท
          กลุ่มที่ 5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จำนวน 2,099 หมู่บ้าน ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,609.50 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 2,650 ล้านบาท
          กลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 จำนวน 1,921 หมู่บ้าน ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วมไอเทล และสกาย ซึ่งเป็นกิจการค้าร่วมระหว่างบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL และ SKY โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,196 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 2,296 ล้านบาท
          กลุ่มที่ 7 ภาคกลาง 2 จำนวน 1,917 หมู่บ้าน ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทในเครือ TRUE โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,504.33 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 2,521 ล้านบาท           และกลุ่มที่ 8 ภาคใต้ จำนวน 1,581 หมู่บ้าน ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ ITEL โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 2,460 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 2,485 ล้านบาท
          ส่วนอีก 1 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 2 ภาคเหนือ 2 จำนวน 1,851 หมู่บ้าน วงเงินงบประมาณ 2,325 ล้านบาท ยังไม่สามารถประกาศผลการประมูลได้ เนื่องจากมีการลงเนื้อหาในการประมูลผิดพลาด กรมบัญชีกลาง จึงขอให้ กสทช.ปรับเงื่อนไขให้ถูกต้อง ส่งผลให้เปิดประกาศประกวดราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Bidding ผ่านระบบของกรมบัญชีกลาง ล่าช้ากว่าสัญญาอื่น ๆ อย่างไรก็ตามจะประกาศผลการประมูลในลำดับถัดไป
          ทั้งนี้ ผู้ชนะการประมูลในโครงการนี้ จะต้องติดตั้งจุดบริการ Wi-Fi หมู่บ้าน จำนวน 15,584 จุดบริการ, มีอาคารศูนย์ USO NET ในโรงเรียน 228 โรงเรียน, มีห้อง USO NET ในโรงเรียน 1,623 โรงเรียน, จุดบริการ Wi-Fi โรงเรียน 3,170 โรงเรียน และจุดบริการ Wi-Fi โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบล (รพ.สต.) 91 แห่ง โดยทั้งหมดนี้ สำนักงาน กสทช.จะสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานให้บริการ และบำรุงรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี
          นอกจากนี้ เมื่อเปิดให้บริการแล้วจะมีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบ้านที่ราคาถูกกว่าราคาตลาดให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่โครงการได้ใช้งาน โดยแพ็กเกจปกติความเร็ว 30/10 Mbps ราคาต้องไม่เกิน 349 บาทต่อเดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ ITEL กล่าวว่า บริษัทผู้ชนะการประกวดราคาโครงการ NET ห่างไกล Zone C กลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 ซึ่งเข้าประมูลในนามคอนซอร์เตียมกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และกลุ่มที่ 8 ภาคใต้ ซึ่งเข้าประมูลในนาม ITEL มูลค่ารวมกันประมาณ 3,560 ล้านบาท เมื่อรวมกับงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ในปัจจุบันที่มีอยู่ 2,500 ล้านบาท จะทำให้บริษัทมี Backlog เพิ่มขึ้นเป็น 6,060 ล้านบาท โดยสัญญาดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 6 ปี โดยในปีแรกจะต้องดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จ คิดเป็น 40% ของมูลค่างานทั้งหมด และให้บริการต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลา 5 ปี ภายหลังส่งมอบ
          ขณะเดียวกัน ในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2561 เตรียมเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติแผนธุรกิจในปี 2562 พร้อมทั้งเสนอปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของปี 2561 เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทอยู่ที่กว่า 90% ของเป้าหมายที่วางไว้ต้นปีที่ 1,400  ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปีก่อน และการได้งานโครงการ NET ห่างไกล Zone C เพิ่มเติมเข้ามาอีก จะมีผลทำให้ผลประกอบการปี 2561 เติบโตได้ตามเป้าหมาย
          “บริษัทยังมีอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างรอผลการประมูล ล่าสุดยังมี Backlog กว่า 2,500 ล้านบาท โดยบางส่วนจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2561 และเมื่อรวมกับรายได้ที่เข้ามาใหม่ ทำให้มั่นใจได้ว่าการเติบโตจะไปถึงเป้าหมาย เสริมแกร่งรายได้ในอนาคตมากยิ่งขึ้น” นายณัฐนัย กล่าว
          ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ITEL ได้งานโครงการ NET ห่างไกล Zone C ภาคใต้ มูลค่า 2,460 ล้านบาท และโซน C ภาคกลาง ร่วมกับ SKY มูลค่า 2,196 ล้านบาท เป็นส่วนของ ITEL จำนวน 1,098 ล้านบาท รวมเป็น 3,558 ล้านบาท คาดหนุนกำไรสุทธิราว 170-200 ล้านบาท เพิ่มเท่าตัวจากประมาณการกำไรปกติที่ 140-180 ล้านบาท/ปี ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท/หุ้น