ญี่ปุ่นร่วมวงฯ ไม่เอา Huawei พัฒนา 5 จี ในประเทศ

เซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์รายงานว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศล่าสุดที่ไม่เอา Huawei, ZTE ในการวางเครือข่าย 5G ด้วยคำนึงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งการตัดสินใจของญี่ปุ่น ทำให้เป็นอีกประเทศล่าสุดที่ไม่ยอมให้ Huawei มีส่วนร่วมในแผนโครงสร้างพื้นฐาน 5 จี
          รายงานข่าวกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้ตัดสินใจที่จะสกัดกั้นอุปกรณ์เทคโนโลยีโทรคมนาคมของจีนอย่าง Huawei Technologies และ ZTE ออกจากการจัดซื้อสาธารณะ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย
          การตัดสินใจเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ที่ได้กระตุ้นให้สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ห้ามบริษัททั้งสองแห่งจากจีนจัดหาผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย
          เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตของกระทรวงและหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องเห็นชอบกับแผนฯ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดบริษัทเหล่านี้ไว้อย่าง ชัดแจ้ง ด้วยหวั่นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างกรุงโตเกียวกับกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้เริ่มเป็นไปในทางที่ดีขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
          ญี่ปุ่นปิดกั้น Huawei จากการมีส่วนร่วมในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5G ในประเทศตน เช่นเดียวกับ สหรัฐฯ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นับเป็นแรงกดดันต่อยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมของจีน ซึ่งกำลังผงาดเป็นผู้นำเครือข่ายมือถือยุคหน้า ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ขณะที่สหราชอาณาจักรและแคนาดา ก็กำลังพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจาก Huawei เช่นกัน
          นิกเกอิรีพอร์ต รายงานเมื่อวันจันทร์ระบุว่า ปี 2017 Huawei ครองสัดส่วนตลาดอุปกรณ์โทรคมนาคมในประเทศญี่ปุ่น ราว 13% เทียบกับ 18% ของ NEC และ Fujitsu โดยมีผลิตภัณฑ์ของ Huawei เช่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น
          การห้ามใช้ในญี่ปุ่น นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ Huawei ประสบปัญหาอย่างแท้จริงจากเพื่อนบ้านในแถบเอเชียตะวันออก
          เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของญี่ปุ่นประกาศใช้พระราชบัญญัติการป้องกันราชอาณาจักร (National Defense Authorization Act) เพื่อห้ามใช้ผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีของ Huawei และ ZTE โดยอ้างความกังวลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับหน่วยข่าวกรองจีน
          การเคลื่อนไหวเหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เมื่อ Huawei และ บริษัทโทรคมนาคมจีน ZTE ถูกสอบสวนโดยรัฐสภาสหรัฐฯ ว่าอุปกรณ์ของพวกเขาอาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ หรือไม่ สภาคองเกรสได้ออกรายงานสรุปว่า "หัวเว่ยไม่ได้ให้ความ ร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสืบสวน และไม่เต็มใจที่จะอธิบายความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีนหรือพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในขณะที่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ว่า มีพฤติการณ์อันไม่สอดคล้องกับกฎหมายของสหรัฐอเมริกา"
          การค้นพบดังกล่าว เป็นที่มาซึ่งนำสหรัฐฯ เข้าสู่การเคลื่อนไหวที่เรียกว่า Five Eyes ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของ Huawei โดยมีญี่ปุ่นและเยอรมนี
          ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยกล่าวว่าการตัดสินใจของออสเตรเลีย ที่ระงับหัวเว่ยจากโครงสร้างพื้นฐาน 5G ในเดือนสิงหาคมนี้ ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ระยะยาวของคนออสเตรเลีย และปฏิเสธโอกาสทางธุรกิจและผู้บริโภคชาวออสเตรเลียที่มีสิทธิเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
          "การตัดสินใจของรัฐบาลออสเตรเลียในการสกัดกั้น Huawei เป็นแรงกระตุ้นทางการเมือง ไม่ใช่ผลจากกระบวนการตัดสินใจที่เป็นจริงโปร่งใสหรือเป็นธรรม" แถลงการณ์ของ Huawei ระบุฯ
          ขณะที่ในสหราชอาณาจักรตามรายงานจาก Financial Times เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Huawei ได้ตกลงใจความต้องการด้านข่าวกรองของอังกฤษในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาความเสี่ยงในอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ตามที่รัฐบาลฯ กังวล และยังคงมีความพยายามที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนเครือข่ายมือถือ 5G ของสหราชอาณาจักร.