ยึด"เวิลด์เอ็กซ์โป"ปลุกลงทุนรัฐดึง50ยักษ์เอกชนลงขันเพิ่ม

"ดีป้า" ร่อนเทียบเชิญ 50 ยักษ์ใหญ่ทั้ง "อาหาร-ท่องเที่ยว-โลจิสติกส์- ดิจิทัล" ร่วมลงขันกว่า 500 ล้านบาท ปลุกเชื่อมั่นลงทุนไทยใน World Expo 2020 ที่ดูไบ โชว์ศักยภาพไทยแลนด์ 4.0 พ่วง EEC ด้านอินเด็กซ์ฯตั้งเป้าดัน "ไทยแลนด์พาวิเลียน" ติด "ท็อปเทน" พาวิเลียนยอดฮิต
          นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ดีป้าได้รับงบประมาณสนับสนุนในการเข้าร่วมงาน World Expo 2020 ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามมติคณะรัฐมนตรี (17 ก.ค. 2561) เป็นเงิน 950 ล้านบาท และได้คัดเลือกให้บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการจัดไทยแลนด์พาวิเลียน ภายใต้วงเงิน 889.59 ล้านบาท ซึ่ง งบประมาณทั้งหมดภาครัฐเข้าไปสนับสนุนในส่วนการก่อสร้างไทยแลนด์พาวิเลียน พื้นที่ 3,600 ตร.ม. เพื่อให้ทั้งหมดอยู่ในคอนเซ็ปต์เดียวกัน และแบ่งพื้นที่ให้เอกชนเข้ามาร่วมแสดงศักยภาพสินค้าและบริการราว 300-400 ตร.ม. โดยได้ส่งหนังสือเชิญผู้ประกอบการรายใหญ่ไปแล้วกว่า 50 ราย ให้มาเข้าร่วม คาดว่า ในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้จะได้ข้อสรุปว่าจะมีเอกชนรายใดสนใจเข้าร่วมงานบ้าง
          ดึงเอกชนลงขันเพิ่ม 500 ล้าน
          สำหรับเอกชนกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เข้ามาร่วมในไทยแลนด์พาวิเลียน คือ กลุ่มหัตถกรรม, อุตสาหกรรมอาหาร, ท่องเที่ยว, โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยจะให้ผู้ประกอบการแต่ละรายใช้พื้นที่ราว 20 ตร.ม. โชว์สินค้าและบริการ ซึ่งมีการแยกโซนไว้ทั้งด้านอาหาร, สปา, ท่องเที่ยว และดิจิทัล
          "ผู้ที่สนใจจะเข้ามาร่วมสนับสนุนการจัดงานรายละ 30-50 ล้านบาท โดยดีป้าได้เตรียมสิ่งก่อสร้างไว้ให้ รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวก แต่ไม่รวมค่าโลจิสติกส์ ค่าเดินทาง ค่าภาษีอื่น ๆ ที่แต่ละบริษัทต้องจ่ายเอง ซึ่งยังตอบไม่ได้ ว่าจะมีเอกชนตัดสินใจเข้าร่วมกี่ราย แต่ประเมินว่าไม่น่าต่ำกว่า 10 ราย"
          ปักธงติด Top 10 พาวิเลียนฮิต
          สำหรับการจัดงาน World Expo 2020 Dubai ที่ประชุม ครม. เมื่อ 18 เม.ย. 2560 อนุมัติในหลักการให้ประเทศไทยเข้าร่วมงานดังกล่าว โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก โดยดีอีได้มอบหมายให้ "ดีป้า" เป็นเจ้าของโครงการ คาดว่าตลอดการจัดงานกว่า 6 เดือนจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 25 ล้านคน จาก 180 ประเทศทั่วโลก
          "งานนี้จะเป็นการโชว์วัฒนธรรม โชว์ศักยภาพของประเทศไทย โดยคาดหวังว่าไทยจะติด top 10 พาวิเลียนที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด มีผู้ชมจากฝั่งยุโรปและเอเชียเป็นเป้าหมาย"
          เลือกโซนเด่นสุดโชว์ 4.0-EEC
          ด้านนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเข้าร่วมงาน World Expo 2020 ของไทยในครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด "Connecting Mind, Creating the Future" เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงของรัฐ เอกชน และประชาชน ภายใต้ 3 หัวข้อย่อย คือ Opportunity, Mobility และ Sustainability เป็นครั้งแรกที่ไทยขยับขยายขนาดพื้นที่จากไซซ์ M เป็น L ทั้งเลือกอยู่ในโซนที่โดดเด่นที่สุด คือ โซน Mobility ติดประเทศชั้นนำอย่างสหรัฐอเมริกาและเบลเยียม
          "ในงานโชว์ให้เห็นความเป็นไทย และ ความทันสมัยที่เป็นผลจากโครงการภายใต้ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC เพื่อให้โลกเข้าใจ และเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ไม่ใช่แค่ดึง ผู้ประกอบการไปขายสินค้าและบริการ แม้ประเทศที่จัดจะมีประชากรน้อยแต่กำลังซื้อเยอะ ทั้งติดฝั่งยุโรป จึงมีโอกาสดึงคนจากโซนยุโรปมางานง่าย และเป็นโอกาสที่จะขยายตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น"
          สำหรับการเข้าร่วมงาน World Expo 2020 Dubai ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติหลักการให้ประเทศไทยเข้าร่วมงาน (18 เม.ย. 2560) และเสนอของบประมาณจาก ครม. (4 ธ.ค. 2560) เป็นเงิน 1,542 ล้านบาท แต่ ครม.มีมติให้ทบทวน กระทั่งอนุมัติงบประมาณให้ 950 ล้านบาท (17 ก.ค. 2561) โดยกำหนดสาระสำคัญ 5 หัวข้อ ได้แก่ ระบบคมนาคมอัจฉริยะ, ระบบขนส่งอัจฉริยะ, ระบบการท่องเที่ยวอัจฉริยะ, การดูแลสุขภาพอัจฉริยะ และการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ทั้งปรับรูปแบบให้มี 7 สาระสำคัญเชื่อมโยงกัน ได้แก่ พระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 และ ร.10 ศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน
          "เอกชน" ยังลังเลร่วมลงขัน
          แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคมกล่าวว่า ได้รับทาบทามให้เข้าร่วมงาน World Expo 2020 ด้วย แต่ยังไม่ตัดสินใจ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง เพราะประเทศที่จัดงานมีประชากรน้อยและค่าครองชีพสูง ไม่ใช่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในวงกว้างเหมือนการจัดงานครั้งก่อน ไม่ว่าจะเป็นปี 2558 ที่มิลาน อิตาลี หรือปี 2553 ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ทำให้ต้องประเมินความคุ้มค่าว่าจะสนับสนุนในรูปแบบใด
          อินเด็กซ์ฯคว้างาน
          ด้านนายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้จัดนิทรรศการ World Expo 2020 Dubai ในส่วนไทยแลนด์พาวิเลียน ที่จะมีขึ้น ในวันที่ 20 ต.ค. 2563-20 เม.ย. 2564 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไทยเลือกจัดพาวิเลียนในโซน Mobility สอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่แสดงถึงศักยภาพของประเทศ ภายใต้งบประมาณการบริหารจัดการทั้งหมดตั้งแต่ออกแบบ, ก่อสร้าง และจัดนิทรรศการ ทั้งสิ้น 887 ล้านบาท ซึ่งแผนการก่อสร้างศาลาไทยจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2562 บนพื้นที่ 3,600 ตารางเมตร คาดว่าจะเสร็จปลายปี 2562
          นอกจากเป็นการสร้างแบรนดิ้งประเทศไทย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนแล้ว คาดว่า ระหว่างตลอด 6 เดือนจะมีผู้เข้าชมศาลาไทย 1.7 ล้านคน ขณะที่เจ้าภาพคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 25 ล้านคน
          "คนตะวันออกกลางรู้จักไทยอยู่ แล้ว แต่การไปครั้งนี้เพื่อทำให้เขารู้จักประเทศไทยในหลากหลายมิติมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะประเทศที่น่าลงทุนในเอเชีย"
          หากย้อนไปดูงบประมาณศาลาไทยในครั้งที่ผ่านมา เช่น ปี 2553 ที่จีน ไทยใช้งบประมาณไป 599 ล้านบาท และที่มิลาน อิตาลี ใช้ 750 ล้านบาท ทำให้ครั้งนี้ใช้งบฯมากที่สุด เพราะค่าก่อสร้างและค่าแรงงานค่อนข้างสูง