ทรูเปิดมุมมอง 5จี สำคัญที่ความ"เสถียร"

 วันเพ็ญ พุทธานนท์
          หลังการขับเคลื่อนของภาครัฐเพื่อรองรับเทคโนโลยี 5จี ที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 โดยในปีนี้ได้เริ่มให้ผู้บริการเครือข่ายมือถือติดตั้งอุปกรณ์และสาธิตเทคโนโลยี ดังกล่าว รวมทั้งวางเป้าหมายกำหนดให้ปี 2562 เป็นปีแห่งการทดสอบระบบ โดยจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5จี ขึ้น
          ในส่วนของผู้ประกอบการนั้น มีค่ายเอไอเอสและทรูที่เริ่มดำเนินการทดสอบเทคโนโลยี 5จี โดยเอไอเอสร่วมกับหัวเว่ยและแซดทีอี สาธิต 5จี บนคลื่นความถี่ย่าน 26.5-27.5 GHz ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.-15 ธ.ค. 2561 ที่เอไอเอส ดีซี ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม ขณะที่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรูมูฟ เอช ใช้คลื่นความถี่ย่าน 28 GHz. ทดสอบและสาธิตที่ทรู แบรนดิ้ง ช็อป ไอคอนสยาม จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2562 ส่วนดีแทคอยู่ระหว่างการยื่นขอทดสอบเช่นกัน
          จะเห็นได้ว่าทุกค่ายต่างให้ความสนใจกับเทคโนโลยี 5จี ว่าจะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในทุกด้าน วันนี้จึงขอ นำเสนอมุมมองที่มีต่อ 5จี ของผู้บริหารค่ายทรูที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว
          ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์  ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะกรรมการบริหารและ หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การเข้าสู่ยุคของ 5จี จะไม่ได้ พูดถึงแค่ความเร็วเหมือนยุค 4จี อีก ต่อไป แต่จะพูดถึงความเสถียรของเครือข่ายและการประมวลผลเป็นหลัก โดยเทคโนโลยี 5จี จะเข้ามาช่วยในการนำข้อมูลจำนวนมากมาประมวลผลได้อย่างถูกต้องและทันเวลา
          "5จี จะเหมือนสมัยที่เราไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือไม่เคยใช้อีเมล วันหนึ่งพอได้ใช้เราก็ขาดไม่ได้ จาก 2จี ถึง 4จี การเกิดขึ้นของคอนเทนต์จำนวนมาก ทำให้ยังรู้สึกว่า 4จี ยังไม่พอ" ปพนธ์ กล่าว
          ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนในเรื่องความเสถียรว่าเป็นสิ่งสำคัญในยุค 5จี จากการเกิดของยานยนต์ไร้คนขับ ที่ต้องให้เครือข่าย 5จี ในการประมวลผล หากเครือข่ายไม่เสถียรทำให้การประมวลผลไม่ถูกต้อง ก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นต้น
          ในส่วนของทรูถือว่าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีมาตลอดและมองโอกาสทางธุรกิจจาก  5จี เช่นกัน โดยการทำงานของทรูจะไม่มองเฉพาะการเป็นผู้วางเครือข่ายมือถือเท่านั้น แต่จะเรียกตัวเองว่าเป็นดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์ โดยจะเป็นการวางโครงสร้างเครือข่าย เพื่อตอบรับนวัตกรรมเป็นหลัก เช่น แอพพลิเคชั่น มีทรูไอดี เพย์เมนต์ แพลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน
          "ทรูเรื่องของลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลางเป็นหลัก (Customer Centric) ดูความต้องการของลูกค้าและเตรียมให้พร้อมด้านนวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งในยุค 5จี ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้เพราะความเสถียร ซึ่งทรูมั่นใจเรื่องเครือข่ายว่าเราเป็นที่หนึ่งในเอเชียแปซิฟิก" ปพนธ์ กล่าว
          นอกจากนี้ ยังมองว่าปัจจุบันความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นใน ทุกวัน เพราะโลกของข้อมูลข่าวสาร ทุกคนสามารถรับรู้ข่าวสารได้จากทุกมุมโลก ดังนั้นเมื่อทุกคนมีคลื่นในมือเหมือนกัน ความสำคัญจึงอยู่ที่ว่าคลื่นนั้นมีคุณภาพดีไหม เพราะลูกค้าไม่สนใจที่จำนวนคลื่นแต่สนใจว่าคลื่นที่ใช้งานมีคุณภาพพอกับความต้องการใช้หรือไม่มากกว่า เอนเกจเมนต์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในยุคลูกค้าต้องการคุณภาพเพิ่มมากขึ้นทุกวันตามเงินที่จ่ายออกไป สุดท้ายการทำธุรกิจต้องซื่อตรง จริงใจ จึงจะอยู่รอดได้
          การพัฒนาสู่ยุค 5จี ของค่ายทรูสะท้อนภาพได้ชัดจากการเปิดทรู ไอคอน ที่โครงการไอคอนสยาม โดยเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลแบบครบวงจร และนำเทคโนโลยีสุดล้ำมาเชื่อม
          ต่อให้เกิดโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมแห่งอนาคต ครอบคลุมทั้งอาณาจักรศูนย์การค้า และเรสซิเดนซ์หรูระดับไฮเอนด์ในโครงการดังกล่าว
          สำหรับเทคโนโลยีในทรูไอคอนสยามประกอบไปด้วย ดิจิทัล อินฟรา สตรักเจอร์, ไฟเบอร์ อินเทอร์เน็ตสำหรับร้านค้าจากทรูออนไลน์, โมบายเน็ตเวิร์กที่ 4จี พลัส ความเร็วและความเสถียรของเน็ตเวิร์กมากที่สุด จากทรูมูฟ เอช รวมไปถึงไว-ไฟ เทคโนโลยีที่ครอบคลุม 1,000 จุด มากที่สุดในศูนย์การค้าในประเทศไทย
          ขณะเดียวกันยังเตรียมเปิดให้บริการทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์ประชุมมาตรฐานสากลพร้อมนวัตกรรมล้ำยุค ประมาณกลางปี 2562 และอีกไฮไลต์สำคัญที่มีที่นี่แห่งแรก คือ เวนดิ้งแมชีน นวัตกรรมการขายสินค้ายุคดิจิทัล ขายทั้งสมาร์ทโฟนและแกดเจ็ตต่างๆ ที่มีอยู่ถึง 20 เครื่อง