รีเซตประมูลจูงใจลงทุน5จีเต็มสูบปี62

ฐากรเปิดแผน'กสทช.'ชูออปชั่น2ใบอนุญาตยืดลดค่ามักซ์ทีวีดิจิทัล'อภิศักดิ์'เบรกภาษีเค็ม
          กสทช.เปิดแผนงานปี'62 เดินหน้าขับเคลื่อน'5จี' เพิ่มแรงจูงใจเอกชนพัฒนาระบบ แบ่งใบอนุญาต 2 ประเภท
          ตั้งศูนย์ทดสอบ5จีสยามสแควร์
          เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) แถลงข่าวนโยบายการทำงานของ กสทช. ในปี 2562 ว่า จะเน้นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5จี โดยเร็วที่สุด โดยจะทบทวนการประเมินมูลค่าคลื่น ทบทวนเงื่อนไขและระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูล สร้างแรงจูงใจให้กับเอกชนลงทุนพัฒนาระบบ 5จี รวมทั้งจะปรับปรุงหลักเกณฑ์การประมูล 5จี โดยแบ่งวิธีการอนุญาตเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ ใบอนุญาตที่ใช้งานครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ (เนชั่นไวด์) และใบอนุญาตแบบที่ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด (สเปซิฟิก แอเรีย) เช่น ในเขตพื้นที่ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการประกอบธุรกิจในยุค 5จี
          นายฐากรกล่าวว่า นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช.จะกำหนดหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่หลายย่านพร้อมกัน (มัลติแบนด์) อาทิ คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 3500 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับคลื่นความถี่ย่าน 26000 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับคลื่นความถี่ย่าน 28000 เมกะเฮิรตซ์ ทั้งนี้ จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5จี ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความรับรู้ให้กับประชาชน โดยเสนอสถานที่ จัดตั้งศูนย์ทดสอบที่สยามสแควร์ ซึ่งจะเริ่มทดสอบตั้งแต่ปี 2562-2563
          ต่อลมทีวีดิจิทัลยืดช่วยค่ามักซ์
          "การเรียกคืนคลื่นความถี่ตามประกาศ กสทช. ที่ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าจะเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ เป็นลำดับแรก และจะตั้งคณะทำงานดำเนินการตามประกาศดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561" นายฐากร กล่าว และว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาทีวีดิจิทัลระยะยาว เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ กสทช.จะขับเคลื่อนต่อในปี 2562 โดยจะเร่งรัดปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (มักซ์) ทั้งจะสนับสนุนการดำเนินการของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในส่วนของค่าภาระอันเกิดจากการปฏิบัติตามประกาศมัสต์แครี่ จนถึงปี 2565 และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกอากาศผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล (มักซ์) 50% ให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต่อเนื่อง จนถึงปี 2565 จากเดิมสนับสนุนถึงปี 2562
          "การเยียวยาทีวีดิจิทัล กสทช. มองว่ามีช่องทางช่วยเหลือในส่วนที่ทีวีดิจิทัลยังต้องชำระเงินค่าประมูลใบอนุญาตส่วนที่เหลืออีก 30% มูลค่าประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งหากผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ออกมา ต้องพิจารณาว่าสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไม่ต้องชำระเงินค่าใบอนุญาตส่วนที่เหลือได้หรือไม่ โดยนำเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ มาช่วยเหลือ ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลตามที่ กสทช. เสนอไป เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว" นายฐากรกล่าว และว่า นอกจากนี้ กสทช.จะสนับสนุนให้มีการสำรวจความนิยม (เรตติ้ง) ของผู้ให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัลที่ออกอากาศผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อสามารถนำเอาข้อมูลการสำรวจความนิยมรายการดังกล่าวไปใช้อ้างอิงเพื่อหารายได้ได้อย่างเป็นธรรม
          แจ้งฉุกเฉินแค่191เลขหมายเดียว
          นายฐากรกล่าวว่า สำหรับภารกิจด้านอื่นๆ ในปี 2562 กสทช.จะจัดทำแผนและหลักเกณฑ์การอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม เนื่องจากสัญญาสัมปทานดาวเทียมบางดวงกำลังจะหมดลง โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งจะร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในการนำเลขหมายโทรศัพท์ 191 มาใช้เป็นเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติหมายเลขเดียว โดย ตร.เสนอใช้เงินกองทุนของ กสทช. ซึ่งนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช.ต่อไป ตลอดจนเดินหน้าระงับการเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ผ่านความร่วมมือกับอาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
          นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยถึงโครงการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลังที่มีข้อเสนอให้แจกซิมการ์ดฟรี เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้บริการอินเตอร์เน็ต และเข้าถึงแหล่งข้อมูลรวมทั้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งหากมีซิมการ์ดอยู่แล้ว จะให้เพิ่มปริมาณอินเตอร์เน็ตให้ฟรีนั้น กสทช.มีข้อกังวลถึงการลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อยู่ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มีการลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์หรือไม่ 2.หมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนนั้น เป็นหมายเลขที่แท้จริงของผู้ถือบัตรหรือไม่ และ 3.หมายเลขที่ลงทะเบียนดังกล่าวยังคงมีการใช้งานอยู่หรือไม่
          ย้ำ8ธ.ค.กดเงินบัตรสวัสดิการได้
          นายก่อกิจกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังกังวลถึงความทับซ้อนของโครงการที่ กสทช.ดำเนินการอยู่ คือ โครงการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ยูโซ่เน็ต) ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ที่เปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้าน 200 บาทต่อเดือน ดังนั้น จึงควรมีการพิจารณา และตรวจสอบว่าจะมีความทับซ้อนกันของกลุ่มผู้ใช้งานหรือไม่ ทั้งนี้ เท่าที่ได้ประชุมร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง นาย กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง ยังไม่มีข้อสรุปถึงงบประมาณทั้งหมดว่าจะเป็นเท่าไร แต่เบื้องต้นจะเติมเงินให้เดือนละ 50 บาท สำหรับผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน หรือหากเป็นรายเดือนได้ส่วนลด 50 บาท "โครงการดังกล่าว ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังต้องมีการพิจารณาทั้งสิ้น ทั้งนี้ กสทช.พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่" นายก่อกิจกล่าว
          แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีมีข่าวมาว่ามีผู้ถือบัตรสวัสดิการไปกดเงินวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาแล้วกดไม่ได้นั้น อยากขอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการติดตามข่าวสารของกรมอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางทยอยใส่เงินเข้าไปในบัตรสวัสดิการ 4 มาตรการ วงเงิน 3.87 หมื่นล้านบาท เริ่มในวันที่ 8 ธันวาคม โดยก้อนแรกคือเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย 500 บาทต่อคน จำนวน 14.5 ล้านคน ซึ่งจ่ายให้เพียงครั้งเดียว โดยกรมบัญชีกลางจะทยอยจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในกลุ่มแรก 11.4 ล้านคน ภายในวันที่ 8-10 ธันวาคม 2561
          คืนแวตคุยมา2ปีอย่าโยงการเมือง
          แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน โดยกรมบัญชีกลางจะโอนเงินให้กับผู้มีสิทธิทุกวันที่ 12 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 12 ธันวาคม 2561 ส่วนเงินช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้มีสิทธิอายุครบ 65 ปีขึ้นไปจะได้รับ 1,000 บาทต่อคน จ่ายวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ กรมบัญชีกลางจะโอนเงินชดเชยเข้ากระเป๋าเงิน e-Money ตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้ชำระไว้ตามจริง ทุกวันที่ 18 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 18 กุมภาพันธ์ 2562 "ในการจ่ายเงินหากเป็นผู้ลงทะเบียนเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 มีจำนวนกว่า 3 ล้านคน จะล่าช้ากว่าผู้มีบัตรสวัสดิการกลุ่มแรก 11.4 ล้านคน เนื่องจากรอการทำระบบ" แหล่งข่าวกล่าว
          ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ในงานประชุมการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมวินัยการออมกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในระดับพื้นที่โดยการสนับสนุนของกระทรวงมหาดไทย นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กับคนจน และผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการหาเสียง เป็นภาระต่องบประมาณว่า มาตรการนี้คิดล่วงหน้ามานานกว่า 2 ปี แต่เพิ่งสรุปช่วงนี้ ไม่อยากให้นำไปโยงกับเรื่องการเมืองว่าหาเสียง แต่อยากให้มองว่าจะช่วยคนที่ลำบากอย่างไร และเงินบางส่วนทำให้เกิดการหมุนเวียนต่อระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้การคืนแวตนั้นไม่ได้นำเงินจากการจัดเก็บภาษีมาคืน แต่นำมาจากงบประมาณ ซึ่งถือเป็นการจัดสรรงบสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือคนที่ยากลำบาก ดังนั้น การใช้งบประมาณเพื่อดูแลคนที่ลำบากถือว่าเหมาะสม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นภาระต่องบประมาณ "เรื่องนี้คุยกันมาตั้งแต่ผมอยู่กรมสรรพากร แต่ยังทำไม่ได้ เพราะไม่มีระบบรองรับ แต่เป็นจังหวะที่สรุปเรื่องในช่วงใกล้เลือกตั้ง ไม่อยากมองว่าเป็นเรื่องการหาเสียง" นายประสงค์กล่าว
          ช้อปช่วยชาติทำสูญ1.6พันล.
          แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า มาตรการช้อปช่วยชาติ คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 4 ธันวาคม เริ่มดำเนินโครงการวันที่ 15 ธันวาคม 2561-วันที่ 16 มกราคม 2562 เป็นเวลา 1 เดือน กำหนดสินค้า 3 กลุ่มคือ ล้อรถยาง หนังสือ และสินค้าโอท็อป กำหนดวงเงินซื้อสินค้า 15,000 บาท ลดหย่อนภาษีในปีภาษี 2561 หากซื้อสินค้าภายในวันที่ 15-31 ธันวาคม 2561 และปีภาษี 2562 หากซื้อสินค้าวันที่ 1-16 มกราคา 2562 โดย 2 ปีภาษีวงเงินรวมต้องไม่เกิน 15,000 บาท ประเมินว่ามาตรการนี้ทำให้สูญเสียรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท
          แหล่งข่าวกล่าวว่า เอกสารสำหรับลดหย่อน หากเป็นล้อยางคือคูปองที่กรมสรรพากรและการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ออกให้ และใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ส่วนหนังสือและสินค้าโอท็อป สามารถใช้ได้ทั้งใบเสร็จรับเงินที่มีชื่อผู้ซื้อ ผู้ค้า ชื่อสินค้า ราคา วันที่ หรือจะเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบก็ได้ ซึ่งหลังจากเรื่องนี้ผ่าน ครม.แล้ว ทีมโฆษกกระทรวงการคลังจะแถลงข่าวรายละเอียดอีกครั้ง
          แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนในเรื่องแจกซิมการ์ด มือถือให้คนจนนั้นคงเป็นตามข่าวก่อนหน้านี้ ต้องรอข้อสรุปจากการประชุมระหว่าง กสทช.กับค่ายมือถือว่าจะออกมาอย่างไร สำหรับการลงทะเบียนรอบใหม่เป็นไปตามที่นายอภิศักดิ์ ตันติ วรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าจะดำเนินการช่วงปี 2562 และอาจจะเป็นรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการ โดยจะนำข้อมูลรายครัวเรือนมาเป็นเกณฑ์ จากเดิมใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งพบปัญหาว่าบางคนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ไม่มีรายได้ แต่ฐานะทางบ้านดี แต่เมื่อไม่มีฐานข้อมูลส่วนบุคคลจึงได้บัตรสวัสดิการไป
          ของขวัญปีใหม่อุตฯเน้นเอสเอ็มอี
          รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า สัปดาห์นี้กระทรวงเตรียมประกาศของขวัญปีใหม่ทุกกรม 5-6 เรื่อง อาทิ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เตรียมงบประมาณ 100 ล้านบาท ทำแพคเกจช่วยเอสเอ็มอี และสตาร์ต อัพ ที่จะผ่อนเกณฑ์และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล อาทิ ดีไซเนอร์ สามารถยื่นขอเงินกองทุนที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีอยู่ คิดอัตราดอกเบี้ย 4% วงเงินตั้งแต่ 50,000-1,000,000 ล้านบาท อนุมัติภายใน 6 วัน เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนพัฒนาตนเอง ให้กลุ่มดังกล่าวมาช่วยพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับเอสเอ็มอี และ สตาร์ตอัพรายอื่นๆ ได้ด้วย ทั้งนี้ ยังเตรียมกระจายงบประมาณให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 13 แห่ง เพื่อเข้าไปช่วยเอสเอ็มอี สตาร์ต อัพ และโอท็อป ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ให้สามารถสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์เอส (มอก.เอส) ให้เป็นมาตรการเสริมเข้าไปนอกจากมาตรการทางการเงิน
          รายงานข่าวระบุว่า นอกจากนี้จะติดตามความคืบหน้ามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติเงินช่วยค่าผลิตอ้อยตันละ 50 บาทแก่ชาวไร่ 11 ล้านรายทั่วประเทศ วงเงิน 6,500 ล้านบาท โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จะเร่งพิจารณาเพื่อให้เงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลที่กำหนดให้จ่ายเงินดังกล่าวให้หมดภายในสิ้นเดือนมกราคม 2562 มั่นใจว่าชาวไร่จะได้รับเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนดแน่นอน
          'พิชัย'แนะธปท.ชะลอขึ้นดบ.
          นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เปิดเผยว่า กรณีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.กำลังจะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนนี้ จึงอยากขอให้ ธปท.ชะลอไว้ก่อนให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะซ้ำเติมภาคธุรกิจ ทำให้มีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น และเพิ่มภาระการใช้หนี้ของประชาชน ซึ่งตลอด 4 ปีนี้เศรษฐกิจย่ำแย่จึงลำบากกันหมด ถ้าเศรษฐกิจดีจริงตามที่รัฐบาลบอก คงไม่ต้องออกมาลด แลก แจก แถม เพื่อหาเสียงกันถึงขนาดนี้
          นายพิชัยกล่าวว่า ผลโพลสำรวจล่าสุดออกมาว่าประชาชน 61.92% มองว่าเศรษฐกิจแย่ลง อีกทั้งปัจจุบันหนี้เสียในระบบธนาคารยังเพิ่มสูงขึ้นมาก หากเพิ่มอัตราดอกเบี้ยจะยิ่งซ้ำเติมให้หนี้เสียเพิ่มมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ การขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาแพงขึ้น การส่งออกที่ยังผันผวนอาจจะยิ่งผันผวนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การมีค่าเงินบาทที่อ่อนจะช่วยสนับสนุนให้การส่งออกของไทยแข่งขันได้ดีกว่า ทั้งนี้เข้าใจดีว่าอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ยังมีผล กระทบต่อประเทศไทยไม่มาก เช่น ยังไม่มีเงินไหลออกในปริมาณที่สูงมากนัก และอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ อยากให้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน

          บรรยายใต้ภาพ 
          โชว์แผน - นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. พร้อมคณะแถลงทิศทางและนโยบายการดำเนินงานปี 2562 โดยจะเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 5จี และแก้ไขปัญหาทีวีดิจิทัลในระยะยาว เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม