คนไทยตื่นตัวทดลองเทคโนโลยี5G เอไอเอสคาดยอดชมกว่า700คน/วัน

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในการเปิดงาน 5จี เดอะ เฟิร์สต์ ไลฟ์ ไทยแลนด์ บาย เอไอเอส ครั้งแรกกับประสบการณ์ 5จี เพื่อคนไทย ณ เอไอเอส ดีซี ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ซึ่งเปิดให้ประชาชนได้ทดลองวันแรกในวันที่ 22 พฤศจิกายน ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5จี ไม่เหมือนกับการเปลี่ยนรุ่นโทรศัพท์มือถือ โดยจะต้องมองว่า 5จี เป็นภาคของการพัฒนาประเทศไทยไปอีกระดับหนึ่ง หรือที่หลายคนมักจะพูดกันว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล ดังนั้น จึงถือว่า 5จี คือดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญ เหมือนกับการที่สังคมไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้เงินสด หรือการเปลี่ยนสู่ยุคของการยกเลิกการใช้สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนในการติดต่อราชการ  หากพูดถึง 5จี กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเปรียบเทียบการใช้งานระหว่าง 4จี กับ 5จี จะพบว่าความเร็วของ 5จี เหนือกว่าความเร็วของ 4จีG อยู่ประมาณ 20 เท่า ขณะที่ความจุมีขนาดใหญ่กว่า 4จี อยู่ประมาณ 100 เท่า และความหน่วง หรืออาการสะดุดจะน้อยกว่า 4จี อยู่ถึง 10 เท่า ฉะนั้น จึงจะเห็นได้ถึงโอกาสของประเทศไทยในการที่จะใช้ประโยชน์จาก 5จี ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประโยชน์ทางด้านการสื่อสาร แต่ยังมีบทบาทที่สำคัญกว่านั้น อาทิ การให้บริการทางการแพทย์ที่จะสามารถรักษาผู้ป่วยได้ดีขึ้น แบบไร้อาการสะดุด และการที่จะรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น รถไฟฟ้าอีวีในอนาคต ที่จะมี 5จี เข้ามาสนับสนุนในเรื่องของคอนเน็กเต็ดคาร์ หรือยนตรกรรมที่ตอบสนองผู้ขับขี่ได้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า การอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ที่ร่วมกับบริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด ใช้คลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อสาธิตเครื่องวิทยุคมนาคม สำหรับแสดงเทคโนโลยี 5จี เป็นการชั่วคราว ในระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2561 เพื่อเป็นการมอบประสบการณ์ตรงให้ประชาชนได้ทดลอง 5จี จากประสบการณ์จริง ในรูปแบบการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเริ่มทดลองระบบ 5จี ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) จึงอยากเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมทดลอง 5จี ในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่ง 5จี จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศอีกครั้ง ซึ่งคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี 5จี ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องใช้ระยะเวลาอีก 5-10 ปี จากการเริ่มใช้งานระบบในประเทศ
          นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ภายในงาน 5จี เดอะ เฟิร์สต์ ไลฟ์ ไทยแลนด์ บาย เอไอเอส มีการสาธิตผ่าน 5 รูปแบบนวัตกรรมสุดล้ำ ครั้งแรกของเมืองไทย ประกอบด้วย 1.5จี ซุปเปอร์สปีด โดยการแสดงศักยภาพที่สำคัญของเครือข่าย 5จี เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณและความหน่วง 2.5จี อัลตรา โล เลเทนซี่-โคเพอร์เรทีฟ คลาวด์ โรบอท การสาธิตประสิทธิภาพการตอบสนองที่รวดเร็วของเครือข่าย 5จี โดยการใช้หุ่นยนต์สามตัวในการหาจุดสมดุล ที่ทำให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางกระดาน การสาธิตแสดงเวลาที่หุ่นยนต์ใช้ในการหาจุดสมดุลผ่านการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้เครือข่าย 4จี เปรียบเทียบกับเครือข่าย 5จี
          นายวีรวัฒน์กล่าวว่า 3.5จี ฟอร์ อินดัสทรี 4.0 คือ หุ่นยนต์จะมีบทบาทอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 การทำงานร่วมกันของเครื่องจักรจากหลายสายการผลิตต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่มีความหน่วงต่ำและความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจะทำให้สายการผลิตทำงานได้เร็วขึ้น ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น 4.5จี วิชวล เรียลิตี้-แอมเมอร์ซีฟ วิดีโอ การสาธิต การดูวิดีโอที่แสดงสภาวะเสมือนจริง ผ่านเครือข่าย 5จี ผู้ที่ใส่แว่นตาวีอาร์จะสามารถมองเห็นได้รอบด้าน 360 องศา การดูวิดีโอ วีอาร์ ที่มีความคมชัด ต้องการ แบนด์วิธที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการถ่ายทอดสด หรือไลฟ์ สตรีมมิ่ง และ 5.5จี ฟีฟ่า วิชวล เรียลิตี้ ทดลองความเร็วของเครือข่าย 5จี ด้วยตัวคุณเอง โดยการเตะลูกบอล วิชวล เรียลิตี้ ที่จุดโทษผ่านเครือข่าย 5จี ซึ่งเอไอเอสได้เตรียมวางรากฐานเครือข่ายในทั้ง 3 แกนมาอย่างต่อเนื่อง อย่างในแกนความเร็วได้เปิดตัว 4.5จี ที่เร็วระดับกิกะบิต และปิดตัว Massive MIMO 32T32R ครั้งแรกในโลก รวมถึงการเปิดให้บริการ NEXT G โดยร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตชิปและสมาร์ทโฟน ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์เร็วแรงระดับกิกะบิตครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในแกนอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) นอกจากการพัฒนาเครือข่ายทั้งเอ็นบี ไอโอที และอีเอ็มทีซีแล้ว ยังเป็นรายแรกในไทยที่เปิดให้บริการไอโอทีเชิงพาณิชย์อีกด้วย ส่วนในแกนการตอบสนอง หรือความหน่วง เอไอเอสก็ได้เริ่มศึกษาและเริ่มต้นปรับโครงสร้างเครือข่ายหลักที่กระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาค ให้สามารถสื่อสารตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์บริการต่างๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับมาผ่านศูนย์กลางเครือข่ายในส่วนกลาง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้อัตราการตอบสนองได้เร็วขึ้น เพราะค่าความหน่วงต่ำ ทำให้เมื่อประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมต่างๆ แล้วจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด
          ทั้งนี้ ทางเอไอเอสระบุว่าได้มีประชาชนสนใจเข้าชมงานในวันแรกกว่า 700 คน และตั้งเป้าหมายคนเข้าชมต่อวัน 700-1,000 คน