"พิเชฐ"เรียกทีมถกร่างก.ม.ไซเบอร์

คาดเสนอครม.ก่อนส่งสนช.พิจารณาในสิ้นปีนี้
          กรุงเทพธุรกิจ-กระทรวงดีอีเชิญ หน่วยงานราชการ เอกชน ประชุมรับฟัง ความเห็นร่างกฎหมายความมั่นคง ไซเบอร์ฉบับแก้ไข 19 พ.ย.นี้ ก่อนเร่งชงเข้าค.ร.ม. และสนช. ให้ทันสิ้นปี เชื่อเป็นไปได้สูงโอนไทยเซิร์ต หน่วยงานภายใต้เอ็ตด้าที่ทำหน้าที่ดูแลภัยคุกคามไซเบอร์ออกมาตั้งเป็นกปช.
          แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ...ภายหลังจากนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้ประชุม รับฟังความเห็นจากตัวแทนภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กรรมการไซเบอร์) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์ และสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ
          โดยมีผลสรุปไปก่อนหน้านี้ และ มีความเห็นตรงกันให้ปรับปรุงร่างฯใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้ ในอนาคต โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอีขอให้กรรมการไซเบอร์ที่มีความ เชี่ยวชาญด้านกฎหมายช่วยยกร่างกฎหมายดังกล่าวใหม่
          ล่าสุด คณะทำงานจัดทำร่างกฎหมาย ได้ยกร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เกือบเสร็จแล้ว แต่ยังต้องหารือในบางประเด็น โดยมีกำหนดนำร่างเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนายพิเชฐรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ตัวแทนจากรัฐบาล หน่วยงานรัฐ เอกชน และตัวแทนสื่อมวลชนในวันที่ 19 พ.ย.นี้
          ทั้งนี้ ร่างฯที่จัดทำใหม่ได้ปรับปรุง ประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวล อาทิ ขอบเขต ความซ้ำซ้อน การเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่น คำนิยามของภัยคุกคามไซเบอร์ โครงสร้าง ขอบเขตอำนาจหน้าที่ การรักษาการ ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) การกำหนดนิยาม ของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทาง สารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ของประเทศ
          การกำหนดลำดับชั้นในการให้ความสำคัญเร่งด่วน ในการปกป้องโครงสร้าง พื้นฐานสารสนเทศ การกำหนดแนว ปฏิบัติเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินทางความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Standard Operating Procedure: SOP ) การกำหนดแนวทางรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ การกำหนดบทลงโทษและอัตราโทษที่เหมาะสม
          เขา กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่ หลายฝ่ายมีความกังวล ตามที่ร่างฯเดิมกำหนดให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือสพธอ. (เอ็ตด้า) ทำหน้าที่รักษาการระหว่างการจัดตั้ง กปช. ในร่างที่ยกขึ้นใหม่ให้มีการตั้ง สำนักงานกปช.ขึ้นได้เลย โดยไม่ต้อง มีหน่วยงานรักษาการอีก จึงมีความ เป็นไปได้สูงที่จะโอนศูนย์ประสาน การรักษาความมั่นคง ปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย หรือ ไทยเซิร์ต หน่วยงานภายใต้เอ็ตด้าที่ ทำหน้าที่ดูแลภัยคุกคามไซเบอร์ออกมาตั้งเป็นกปช.
          อย่างไรก็ดี หลังจากประชุมในวันที่ 19 พ.ย.นี้ หากไม่ต้องมีการแก้ไขใน ประเด็นอื่นเพิ่มเติมแล้ว ขั้นตอนต่อไป ก็จะนำร่างกฎหมายส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอเข้าสู่ การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนจะนำเสนอต่อไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาภายในสิ้นปีนี้ต่อไป