ทีโออาร์ดิจิทัลพาร์คคลอดพ.ย.นี้

กรุงเทพธุรกิจ กสทฯจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายสถาบันการเงิน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาดิจิทัลโซลูชั่น ร่วมสร้างดิจิทัลอีโคซิสเต็มรองรับไทยแลนด์ 4.0 คาดออกทีโออาร์ พ.ย.นี้และคัดเลือกผู้ร่วมทุนได้ต้นปีหน้า
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.กสท โทรคมนาคม ผู้รับผิดชอบโครงการเขต ส่งเสริมอุตสาหกรรม และนวัตกรรมดิจิทัล หรือ ดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้เชิญนักลงทุนเอกชนร่วมรับฟังนโยบายและแผนงานรวมถึงรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ รูปแบบในการให้เอกชนร่วมลงทุน ตลอดจนข้อกำหนดสำคัญในร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน ในการจัดสัมมนารับฟังความเห็นเอกชน (Market Sounding) ครั้งที่ 2
          โดยเป็นการรับฟังความเห็นเพิ่มเติม จากการรับฟังความเห็นเอกชนครั้งที่ 1 เพื่อให้สอดคล้องกับโอกาสทางธุรกิจและมุมมองของเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ และอนาคตจะเป็นผู้เข้ามาบริหารจัดการโครงการ
          ทั้งนี้ เน้นรับฟังความเห็นจากผู้ร่วมสัมมนาเป็นกลุ่มนักลงทุนที่เป็นเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนด้านพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล โดยมีนักลงทุนต่างชาติเข้าร่วมสัมมนาทั้งจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรปและสหรัฐ ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจและสามารถมองถึงทิศทางความต้องการของกลุ่มลูกค้าในอนาคต ซึ่งกสทฯจะได้นำความเห็น และข้อเสนอแนะที่เหมาะสมจากเอกชนที่ร่วมสัมมนาในครั้งนี้มา ปรับให้ร่างทีโออาร์มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
          จากนั้นจะจัดรับฟังความเห็น Market Sounding อีกครั้งหนึ่ง ก่อนสรุปเป็นข้อเสนอ ทีโออาร์ให้ทันตามแผนที่กำหนดจะเปิดขายเอกสารคัดเลือกเอกชนให้แก่ผู้สนใจยื่น ข้อเสนอได้ภายในเดือนพ.ย.นี้ และคาดว่าจะพิจารณาข้อเสนอของเอกชน และประกาศผลการคัดเลือกเอกชนที่ร่วมลงทุน ในโครงการได้ราวต้นปีหน้า
          โครงการดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ บนพื้นที่ 709 ไร่ในอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มุ่งเน้น เป็นศูนย์กลางการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเอกชน ผู้ลงทุนในดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์จะ ได้รับการสนับสนุนและสิทธิพิเศษต่างๆ ตามกรอบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงสุด ไม่เกิน 13 ปี
          โดยมุ่งหวังที่จะดึงดูดนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ  เข้ามาร่วมลงทุนในการพัฒนาดิจิทัลอีโคซิสเต็มในพื้นที่ เพื่อในอนาคตจะพัฒนาต่อเนื่องให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน